onsdag 26 november 2014

ธรรมชาติปกติธรรมดาของมนุษย์.....เมื่อถูกบังคับกดขี่ข่มเหง ไล่ล่า ความอดทนย่อมสิ้นสุดลง....

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12

ฐากูร บุนปาน : ความกลัวทำให้เสื่อม
สองสามสัปดาห์ที่ผ่านมามีสัญญาณบางอย่างที่แสดงให้เห็นว่าฝ่ายทหารที่คุมอำนาจอยู่ในปัจจุบัน "ไม่ค่อยสบายใจ" นักกับปฏิกิริยาของสังคม

ไม่ว่าจะมาจากฝ่ายที่เคยให้การสนับสนุนให้เกิดการรัฐประหารมาก่อน หรือฝ่ายที่แสดงตัวออกมาตั้งแต่แรกว่าไม่เห็นด้วยกับการใช้วิธีการ "นอกระบบ" ล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

ไม่เช่นนั้นคงไม่มีการยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะไม่มีการยกเลิกประกาศ คสช. ฉบับที่ 97 หรือ 103 ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของสื่อ

หลังสื่อที่เคยเป็นแนวร่วมเริ่มมีปฏิกิริยา เมื่อได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับคนทั่วๆ ไป

หรือไม่เช่นนั้นจะไม่ยืนยันหนักแน่นว่าอย่างไรเสียก็ไม่มีทางยกเลิกกฎอัยการศึกแน่นอน

ให้เอารายได้จากการท่องเที่ยวหรือภาพพจน์ของประเทศมาวางเป็นรางวัลล่อใจอย่างไรก็ไม่ยอมเด็ดขาด

แต่ถามว่านอกจากทำท่าขึงขัง หรือใช้อำนาจที่มีอยู่ตามกฎหมายได้อย่างจำกัดแล้ว ทหารทำอะไรได้มากกว่านี้หรือไม่
คำตอบก็คือ ไม่ นักศึกษาขอนแก่น 5 คนที่มาชู 3 นิ้วต่อหน้านายกรัฐมนตรี ถูกจับมาอบรมแล้วจะให้ลงนามในข้อต่อรอง  เมื่อเด็กไม่เซ็น เรื่องก็จบๆ กันไปงานสัมมนาโน่นนี่ที่แวดวงวิชาการเขาจะจัดกัน ห้ามอันนี้ก็มีอันโน้น ไปห้ามอันโน้นก็มีอันนู้นขึ้นมาใหม่ไม่ใช่ว่าเขาอยากลองดี

แต่ต้องเข้าใจว่านี่เป็นธรรมชาติปกติธรรมดาของมนุษย์

ลองใครเอาอะไรมาอุดปากท่านผู้มีอำนาจทั้งหลาย ไม่ให้พูด ไม่ให้แสดงออก   เผลอๆ ท่านจะโวยวายเสียงดังเสียยิ่งกว่าที่นักศึกษาหรือนักวิชาการทำอยู่ทุกวันนี้อีก

ก็คนปกติธรรมดาน่ะครับ กินเข้าไปแล้วก็ต้องถ่ายออกมา

ห้ามไม่ให้เขาถ่าย เขาก็ผายลมให้ดมไปเรื่อยๆ จะห้ามไม่ให้เขาผายลมอีก เดี๋ยวเขาท้องแตกตายขึ้นมา

ทหารก็กลายเป็นจำเลยมากกว่าที่เป็นอยู่แล้ว

ทีนี้ถ้าท่านเชื่อในโพลทั้งหลายที่สำรวจออกมา ประชาชนร้อยละ 70 ร้อยละ 80 ยังสนับสนุนท่านอยู่

ท่านจะต้องมาให้ความสำคัญอะไรกับเสียงนกเสียงกา

ท่านจะมาอุดรูพวยกาเอาไว้ทุกช่องทำไม

อยากให้มันร้อนจนระเบิดขึ้นมาหรือ

รายงานข่าวกรองระบุว่าการเคลื่อนไหวเหล่านี้อันตรายถึงขนาดล้ม คสช. ได้เลยหรือ

ถ้าไม่ใช่ ทำไมไม่ผ่อนสั้นผ่อนยาว ทำไมไม่เปิดกว้างรับฟังให้มากขึ้น ชอบหรือได้ยินแต่เสียง
"ถูกครับพี่ ดีครับผม เหมาะสมครับนาย สบายครับท่าน"
บทเรียนจากทหารที่เคยมีอำนาจจากการยึดอำนาจชุดที่ผ่านๆ มา ไม่ได้เป็นตัวอย่างเตือนใจให้ท่านหรอกหรือ

ว่าเสียงที่อันตรายที่สุดสำหรับผู้มีอำนาจนั้นไม่ใช่เสียงค้านด้วยความบริสุทธิ์ใจของคนไม่เห็นด้วย
แต่คือเสียงอวยเสียงเอาใจจากข้างๆ ตัว

Inga kommentarer:

Skicka en kommentar