lördag 18 oktober 2014

ข่าวจากมิลาน ..กับ..ผลงานท่านนายพลผู้นำป้ายแดง...สมเด็จปยุทธ์ จันทร์โอชา มหาเดโช เผด็จการผู้ที่เดียวดายในโลกกว้าง ในการเข้าร่วมประชุมระดับสากลครั้งแรก ซึ่งท่านนายพลผู้นำนายกฯมือใหม่มาจากทหาร เป็นเผด็จการที่ไม่เข้าใจระบอบประชาธิปไตย ได้อำนาจเพราะใช้กำลังทหารปล้นยึดมา ไม่มีความรู้ประสพการณ์ใดๆทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง นอกจากนี้ยังใช้ภาษาอังกฤษได้ไม่แตกฉาน แล้วจะร่วมประชุมแลกเปลี่ยนต่อรองผลประโยชน์ให้ประเทศชาติได้อย่างไร? เศร้าใจ...



พล.อ.ประยุทธ์ยอม "ทีมสอบสวนอังกฤษ"เข้าสอบคดีฆาตกรรม"เกาะเต่า"แล้ว หลัง"นายกฯผู้ดี"พูดคุย

รูปภาพ : พล.อ.ประยุทธ์ยอม "ทีมสอบสวนอังกฤษ"เข้าสอบคดีฆาตกรรม"เกาะเต่า"แล้ว หลัง"นายกฯผู้ดี"พูดคุย

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1413605531


        ขอขอบคุณภาพโดย คุณศิรดา เขมานิฎฐาไท           
        



บีบีซีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของอังกฤษ เตรียมเดินทางมายังประเทศไทย เพื่อร่วมสืบสวนคดีการเสียชีวิตของสองนักท่องเที่ยวอังกฤษแล้ว ภายหลังผู้นำไทยได้ยอมให้ทางการอังกฤษเข้ามาร่วมสืบสวนคดีปริศนาฆาตกรรมนักท่องเทียวดังกล่าว ที่สร้างความกังขาให้หลายฝ่าย
 
โดยสื่อดังกล่าวระบุว่า ที่ผ่านมา การสอบสวนของตำรวจไทยได้ถูกวิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะการจับกุมตัวชาวพม่าสองรายในฐานะผู้ต้องหา ซึ่งหลายฝ่ายแสดงความกังขาว่าอาจเป็นผู้บริสุทธิ์และเป็นแพะรับบาป ซึ่งก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษ ประจำประเทศไทย ได้ส่งตัวแทนทูตเข้าแสดงความวิตกห่วงใยต่อคดีนี้ต่อทางการไทยแล้ว
 
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชีย-ยุโรป หรืออาเซม ที่ประเทศอิตาลี ได้พบปะกับนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ของอังกฤษ และผู้นำไทยได้ตกลงที่จะให้ตัวแทนอังกฤษเข้ามาเมืองไทย เพื่อร่วมสอบสวนคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวอังกฤษที่เกาะเต่าได้หลังก่อนหน้านี้เคยปฎิเสธการเรียกร้องดังกล่าว
 
ด้านแหล่งข่าวทางการทูตระบุว่า ทางการไทยจะเป็นผู้นำการสอบสวนคดีนี้ แต่เป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญที่สองครอบครัวของเหยื่อชาวอังกฤษ จะต้องได้รับการประกันว่า คนร้ายที่แท้จริงจะต้องถูกนำตัวมาลงโทษ โดยทางการอังกฤษรู้สึกวิตกอยู่สองประเด็น ประเด็นแรกคือดีเอ็นเอของคนร้ายว่าตรงกับสองผู้ต้องหาชาวพม่าหรือไม่ รวมทั้งการสอบสวนว่า ผู้ต้องหาทั้งสองได้ถูกปฎิบัติอย่างไม่ชอบธรรมหรือไม่ 
 
ทั้งนี้ บีบีซีรายงานด้วยว่า ตำรวจไทยได้ปฎิเสธรายงานที่ระบุว่า ชาวพม่าทั้งสอง ได้ถอนคำสารภาพ และขณะนี้ทั้งสองได้ถูกจับกุมตัว และยังไม่มีการไต่สวน โดยทั้งสองได้ถูกตั้งข้อหาว่าสมคบกันฆาตกรรมเหยื่อ ร่วมกันข่มขืน และปล้นทรัพย์ ซึ่งหากพบว่าผิดจริง ก็จะต้องเผชิญโทษประหารชีวิต

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา นายวิทยา สุริยะวงค์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงกรณีพ่อแม่ของนายเวพิน หรือวิน และนายซอ ริน หรือโซเรน แรงงานต่างด้าวชาวพม่าที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีฆ่านายเดวิด มิลเลอร์ และ น.ส.ฮันนาห์ สองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษบนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี จะเดินทางมายังประเทศไทยเพื่อขอเข้าเยี่ยมนายวินและนายซอ ริน ว่า ญาติสามารถเข้าเยี่ยมผู้ต้องขังได้ตามปกติ และได้สั่งการ นายชนินทร์ เลี้ยงสุวรรณ ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอเกาะสมุย ให้ดูแลและอำนวยความสะดวกในการเข้าเยี่ยมแล้ว


http://www.matichon.co.th/online/2014/10/14136055311413606019l.jpg


ด้านสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า นางพยู ฉ่วย นู แม่ของนายซอ ริน เปิดเผยกับสำนักข่าวบีบีซีว่า นายซอ ริน ไม่เคยทำอะไรที่รุนแรงมาก่อน ในขณะที่ นางเมย์ เต็ง แม่ของนายวิน เปิดเผยกับบีบีซีว่า การที่ลูกชายถูกจับทำให้อยากจะฆ่าตัวตาย เพราะรักลูกชายคนนี้มาก และยืนยันพร้อมน้ำตาว่าลูกชายของตัวเองไม่ได้เป็นคนกระทำความผิด

ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์ เผยแพร่ภาพของพ่อแม่และญาติของนายวินถือหนังสือเดินทางโชว์อยู่ที่บ้าน ชานเมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า หลังจากรัฐบาลพม่าเร่งออกหนังสือเดินทางและเตรียมทำวีซ่าประเทศไทย ใช้สำหรับการเดินทางมาประเทศไทยเพื่อเยี่ยมลูกชาย

สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า การเข้าชื่อบนออนไลน์ที่เรียกร้องให้รัฐบาลอังกฤษจัดการสืบสวนสอบสวนอย่างเป็นอิสระ ในคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ โดยรวบรวมรายชื่อได้ครบแล้ว 100,000 รายชื่อ และกลุ่มนักเคลื่อนไหวชาวพม่าที่เป็นผู้จัดการรณรงค์ในเรื่องนี้นำรายชื่อดังกล่าวไปยื่นต่อทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษแล้วพร้อมกับมีแผนที่จะจัดการชุมนุมประท้วงขึ้นบนถนนไวท์ฮอลล์ในกรุงลอนดอน ซึ่งเป็นถนนที่เชื่อมต่อกับถนนดาวนิ่ง ซึ่งเป็นที่ตั้งของทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษด้วย




............................................
ThaiE  news





เม้าท์กันทางโซเชียลมีเดียร์

เท่าที่ดูจาก facebook ของไทยคู่ฟ้า ทั่นประยุทธ์ได้ประชุมแบบทวิภาคีกับจีน ญี่ปุ่น กัมพูชา และสิงคโปร์เท่านั้นเอง ความจริงไม่ต้องถ่อไปคุยถึงยุโรปเล๊ย เหลือวันนี้อีกวัน อยากดูว่าจะมียุโรปสักประเทศคุยกับเขาไหม ใครสนใจวิดีโอ เข้าไปดูได้นะ ตอนอยู่เมืองไทยพูดเก่งจัง พออยู่กับนานาชาติ เรียบร้อยนะ

ปล. รุปที่จับมือกับประธานาธิบดีสวิส (เพราะนั่งติดกันตามตัวอักษร S กับ T) ทั่นประยุทธ์ทำท่าเหมือนจะจับไปตลอดแบบไม่ยอมปล่อยมือ กำซะแน่นเชียว จนเขาต้องชักมือออก สมัยนี้เขากลัวติดโรค ถ้าไม่สนิทกันเขาจับเล็กน้อย พอเป็นพิธี หรือไม่ก็ fist bump อันนี้ทั่นต้องหัดเรียนรู้หน่อยนะครัส

https://www.facebook.com/ThaiKhuFah

http://youtu.be/pijU6lVMNRc
 ข่าวสดออนไลน์   18 ต.ค.  57                                 

นายกฯ ถกรมช.ต่างประเทศ อินเดีย จับมือหนุนลงทุนไทย-อินเดีย วันที่ 18 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 17 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น นครมิลานประเทศอิตาลี ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.หารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศอินเดีย เพื่อสานสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นโดยรัฐบาลทั้งสองฝ่ายมีนโยบายที่สอดคล้องกัน คือ อินเดีย มีนโยบายมองตะวันออก (Look East) ขณะที่ไทยมีนโยบาย มองตะวันตก (look West) โดยโอกาสนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวชื่นชมที่อินเดียเตรียมจัดนิทรรศการเกี่ยวกับหลักปรัญชาด้านการพัฒนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และมหาตมะ คานธี เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบาทเจ้าอยู่หัวฯ ในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาและสัญญลักษณ์แห่งความสัมพันธ์ระหว่างกันในโอกาสนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเชิญผู้นำอินเดียเข้าร่วมประชุม ACD  ที่จะจัดขึ้นในไทย ในปี2558 พร้อมชื่นชมนโยบาย “Make in India”  ทั้งนี้ อยากเห็นนักลงทุนอินเดียเข้ามาลงทุนในไทย โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมการแปรรูปสินค้าเกษตร เทคโนโลยีสารสนเทศ ขณะเดียวกัน ก็ขอให้อินเดีย ช่วยดูแลนักลงทุนไทยที่สนใจเข้าไปลงทุนในอินเดีย ในเรื่องกฎระเบียบต่างๆ อาทิ การยื่นขอวีซ่า เป็นต้ทั้งนี้ พล.ประยุทธ์ นายกฯ ยินดีที่ได้ทราบว่า การดำเนินการเจรจาเกี่ยวกับการจัดทำความตกลงเขตการค้าเสรี ใกล้บรรลุความสำเร็จ นอกจากนี้ การพัฒนาความเชื่อมโยงภายใต้โครงการถนนสามฝ่าย ไทย เมียนมาร์ อินเดีย จะเสร็จสิ้นภายในปี 2559 พร้อมทั้งเชิญชวนอินเดีย ให้เข้ามาร่วมพัฒนาโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในภูมิภาค นอกจากนี้ไทยพร้อมพิจารณาเปิดเที่ยวบินไปยังเมืองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย อาทิ เมืองกูวาฮาติ ในรัฐอัสสัม สำหรับความร่วมมือด้านความมั่นคง จะได้มีการเดินหน้าในการฝึกผสมร่วมกันภายใต้รหัส “ไมตรี” ในอนาคตอันใกล้





Inga kommentarer:

Skicka en kommentar