torsdag 28 augusti 2014

ภาพกรุงเทพฯเมืองฟ้าอมรของเทวดา ฝนตกน้ำท่วม เทวดาฟ้าดิน.ช่างคืนความสุขให้ประชาชนไทยเสียจริงๆ..ที่ทำให้รถไม่ติดรถไม่ต้องใช้น้ำมันสามารถลอยไปตามน้ำได้เอง.. คนกรุงเทพฯช่างโชคดีเสียจริงๆ โปรดเตรียมตัวเตรียมใจอดทนรออีกนิด นี่แค่เบาๆ อดใจรอถึงฤดูน้ำหลากที่กำลังจะมา เทวดาก็ช่วยไม่ได้ น้ำก็ช่างเป็นใจท้าทายความเก่งกล้าสามารถ"นายกป้ายแดง" เสียจริงๆ..


อัพเดทน้ำท่วมที่เมืองทอง...เมื่อวานนี้...สวยงามสมกับเป็นเมืองเทพสิงสถิตอยู่เสียจริงๆ
เหตุเกิดเมื่อวานบ่ายครับ   หลังจากฝนกระหน่ำ ไม่ถึงชั่วโมง ก็มีสภาพอย่างที่เห็น


[​IMG]

[​IMG]

    

[​IMG]


[​IMG]


[​IMG]


    




ขุนเขาบอก : เรือไม้เทวดา.... ใต้เรือลำใหญ่ บรรทุกไพร่ขี้ข้า ผู้ดีศักดินา นั่งดาดฟ้า(เรือ) หน้าสลอน รับลมชมจันทร์ สู่ฝันทิฆัมพร ขี้ข้าถือค้อน ไพร่คอนชะแลง ชะแลงไพร่งัด ขี้ข้าดัดตะปู เจาะเรือเป็นรู ไม้ปูแตกระแหง เจาะเป็นรูใหญ่ เรือไม้ตะแคง ค้อนกับชะแลง แย่งอธิปไตย...

  ซาตานกำลังนั่งรอ พระยายม ฯ



ขุนเขาบอก :

เรือไม้เทวดา.....

เมื่อเรือลำใหญ่ ได้นายท้ายเรือ
ผู้กุมหางเสือ เหนือเรือลำใหญ่
ลอยลำอำลา ประชาธิปไตย
ทิ้งความเป็นไท สู่สมบูรณาญา

เป็นนายท้ายเรือ ผู้เอื้ออำนาจ
เทวาประพาส สู่สายมหา
ธาราเผด็จการ ประทานชวาลา
ตะเกียงจากฟ้า ส่องหล้าธานี

ส่องความมืดมน จากความมืดมน
ตะเกียงส่องคน จากคนหลากสี
ตะเกียงส่องหล้า เลือกหาคนดี
เป็นกะลาสี มีนายท้ายเรือ

นำพาหมู่ชน บนเรือลำใหม่
ประชาธิปไตย ทิ้งไปไม่เหลือ
ห้ามถุยห้ามขาก ปากอมกระเบือ
วงศ์วานญาติเครือ สู่เรือเทวดา

คลื่นลมโถมถา นาวาสมุทร
นายท้ายประยุทธ์( รบ,ต่อสู้ ) คลื่นลมโถมถา
หมู่กะลาสี ส่องนทีชวาลา
นำเรือเทวา สู่มหาสาคร

ใต้เรือลำใหญ่ บรรทุกไพร่ขี้ข้า
ผู้ดีศักดินา นั่งดาดฟ้า(เรือ) หน้าสลอน
รับลมชมจันทร์ สู่ฝันทิฆัมพร
ขี้ข้าถือค้อน ไพร่คอนชะแลง

ชะแลงไพร่งัด ขี้ข้าดัดตะปู
เจาะเรือเป็นรู ไม้ปูแตกระแหง
เจาะเป็นรูใหญ่ เรือไม้ตะแคง
ค้อนกับชะแลง แย่งอธิปไตย

สุดท้ายสลายล้ม เรือจมสมุทร
นายท้ายประยุทธ์( รบ,ต่อสู้ ) ยื้อยุดไม่ไหว
เรือแตกเป็นเสี่ยง เพียงคร่าประชาธิปไตย
จมคงคาลัย เรือไม้เทวดา.....สุดท้ายก็ต้องเป็นเยี่ยงนี้...เชื่อเถอะ..

ขุนเขาจากแดนไกล

“นามธรรม”มัน สั่งฆ่า...เห็นกับตา “ รูปธรรม “.........นามธรรม.คือเทวา...หลงบูชา.กันแทบตาย รูปธรรม.คือสัตว์ร้าย...ฆ่าคนตาย.ขายวิญญาณ ....

Posted Image
ขุนเขาบอก :

“นามธรรม”มันสั่งฆ่า...เห็นกับตา “ รูปธรรม “.........

สรรพสิ่งได.มองไม่เห็น...นั่นย่อมเป็น “นามธรรม “
แต่สีขาว.ฤาสีดำ ...“รูปธรรม”คือมองเห็น
นามธรรม.คือศรัทธา...เทิดบูชา.เกินจำเป็น
รูปธรรม.คือตาเห็น...เลือดกระเซ็น.เป็นคนตาย

คุณธรรม.ในจิตใจ...ไม่เหลือไว้.ให้ได้เห็น
ยอมเลือกข้าง.สร้างกรรมเวร...ความร่มเย็น.เสื่อมสลาย
นามธรรม.คือเทวา...หลงบูชา.กันแทบตาย
รูปธรรม.คือสัตว์ร้าย...ฆ่าคนตาย.ขายวิญญาณ

สัมภเวสี.ยังดีกว่า...เทวดา.หน้าหล่อเหลา
ถูกประเคน.เซ่นของเมา...เทวาเจ้า.ประหัตประหาร
เปรียบมนุษย์.เป็นกากเดน...กินเครื่องเซ่น.เป็นสันดาน
โถมนุษย์.สุดสงสาร...นามธรรมท่าน.ที่บูชา

ตาหูกาย.จมูกลิ้น...สัมผัสสิ้น.รสกลิ่นเสียง
รูปธรรม.แสนลำเอียง...มนุษย์เพียง.ผู้ต้องหา
สิ่งที่เห็น.ด้วยความคิด...ผู้เหลิงฤทธิ์.เทวดา
ยอมหมอบนั่ง.กระทั่งหมา...เทวดา.ประทานพร

มนุษย์เอ๋ย.เฉลยแล้ว...แสงแห่งแก้ว.ใช่แสงสูรย์
มันคือแสง.แห่งอาดูร...หลงเทิดทูน.ยากไถ่ถอน
สุริยน.สุริยัน...แสงอำพัน.ทิฆัมพร
มลังเมลือง.เคียงสิงขร...รีบไถ่ถอน.ความศรัทธา

รูปธรรม.นามธรรม...ทั้งสองคำ.ลึกล้ำเหลือ
ศรัทธาผิด.ยาพิษเจือ...ตายไม่เหลือ.ดั่งเบื่อหมา
ดิ้นทุรน.จนตนตาย...รู้ความหมาย “เทวดา “
“นามธรรม”มันสั่งฆ่า...เห็นกับตา “ รูปธรรม “.........

ช่วยกันประนาม. " สังคมชักโครก..".ภายใต้ระบอบอำมาตย์เผด็จการทรราชราชาธิปไตย ..ทำให้มีระบบศาล "อยุติธรรม" ดำรงคงอยู่คู่ประเทศไทยตลอดการ.. ....














สังคมชักโครก....

ความตายหล่นหายไปอย่างนี้
เรียบง่ายไม่มีร่องรอยเหลือ
รูช่องร่องปากมากเหลือเฟือ
เลือดเนื้อฟอกซักชักโครกไป
คนที่สั่งกลายเป็นบริสุทธิ์
คนที่ทำก็หลุดคดีได้
คนที่ตายตายแล้วช่างปะไร
คนที่ดูร้องไห้ไร้น้ำตา

Kasian Tejapira


Foto: ความยุติธรรมไม่มี ความสามัคคีไม่เกิด!

ยกฟ้อง "มาร์ค-สุเทพ" สั่งฆ่าประชาชนปี 53 ส่งผลให้คดี 99 ศพในศาลอาญายุติทั้งหมด !

http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRRd09URTVOemN6TUE9PQ==&subcatid

ความยุติธรรมไม่มี ความสามัคคีไม่เกิด!
ยกฟ้อง "มาร์ค-สุเทพ" สั่งฆ่าประชาชนปี 53 ส่งผลให้คดี 99 ศพในศาลอาญายุติทั้งหมด !

http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRRd09URTVOemN6TUE9PQ%3D%3D&subcatid


ที่มา ข่าวสดออนไลน์





เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 ส.ค. ที่ห้องพิจารณา 707 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ.4552/2556 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 83, 84 และ 90 จากกรณีออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่เข้าขอคืนพื้นที่การชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อปี 2553

ศาลพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยทั้ง 2 ที่ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่สลายการชุมนุมโดยใช้อาวุธปืนจริงและกระสุนจริงทำให้มีผู้ชุมนุม ประชาชน และเจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต เป็นการออกคำสั่งในฐานะนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และ ผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) โดยอาศัยอำนาจตามพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 แต่การปฏิบัติต้องทำไปตามที่กฎหมายบัญญัติ และไม่เกินกว่าเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติจะไม่ใช้อาวุธปืนจริงและกระสุนปืนจริง การใช้อำนาจของจำเลยทั้ง 2 จึงเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ และผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

คดีนี้มีข้อที่ต้องพิจารณาว่า จำเลยทั้งสองมีการกระทำความผิดต่อหน้าที่ราชการหรือไม่ ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 66 และประกาศของ คสช. ฉบับที่ 11/2557 และ 24/2557 ระบุให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นผู้มีหน้าที่ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง และอยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

เมื่อวิเคราะห์คำฟ้องของโจทก์ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดฐานร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา288, 80, 83, 84 และ 90 เห็นได้ว่ามูลเหตุแห่งคดี เป็นเรื่องที่โจทก์กล่าวหาจำเลยในฐานะนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และผอ.ศอฉ. ซึ่งเป็นความผิดตามอำนาจหน้าที่ราชการ และเป็นการออกคำสั่งโดยมิชอบด้วยกฎหมาย จึงอยู่ในอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หาใช่อยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลอาญาไม่

ศาลอาญาจึงไม่มีอำนาจรับคำฟ้องของโจทก์ทั้ง 2 สำนวน จึงพิพากษายกฟ้องคดีที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสอง และยกฟ้องการขอเป็นโจทก์ร่วม




"ปลายทางไม่เคยมีแสงสว่างรออยู่" อยากได้ประชาธิปไตย ต้องทำอย่างไร ก่อนอื่นต้องศึกษาค้นคว้าเรียนรู้ให้เข้าใจว่าประชาธิปไตยคืออะไร??แล้วสำรวจตัวเองว่าที่ผ่านมามีความพร้อมและเข้าใจในระบอบประชาธิปไตยถูกต้องหรือยัง ต่อไปค้นหาว่าอะไรคือสาเหตุของปัญหาที่ขัดขวางการสร้างประชาธิปไตยในสังคมไทย?? จะได้ไม่หลงทาง มีความเชื่อมั่นในตนเองไม่หวั่นไหวก้าวเดินอย่างแน่วแน่มั่นคงมุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางเดียวกัน คือสร้างระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงให้เกิดขึ้นในสังคมไทย..เพื่อปวงชนชาวไทยทุกคน.



“ประยุทธ์” แต่งชุดทหารปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี วันแรก อนุมัติงบประมาณกว่า 1 แสนล้านบาท
 ไทยมีรัฐบาลทหารเหมือนพม่าในอดีตเมื่อ ๒๐ ปีที่ผ่านมา.."คสช."ปิดประเทศ ทำประเทศฉิบหาย





big60
28 สิงหาคม 2014 - 06:18

ในความคิดเห็นส่วนตัว ที่เขาทำครั้งนี้ไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่เป็นการเพิ่มปัญหาใหม่ที่ใหญ่กว่าเข้ามา ยังยืนยันความคิดเดิม เรื่องจะไม่ปะทะจนรู้แพ้รู้ชนะ ระหว่างคนสองความคิด มันยากหลีกเลี่ยง เพราะดันมีคนไปตอกลิ่มความแตกต่างให้กลายเป็นความแตกแยก จนพัฒนาไปถึงไม่ยอมอยู่ร่วมโลกกันไปแล้ว

ในเมื่อเป็นแบบนั้น มันจะแก้ยังไงหล่ะ แก้ที่ฝ่ายเราก็ไม่ได้ เพราะที่ไม่ยอมอยู่ร่วมโลกคือฝ่ายเขา ถึงเขายอมให้เราอยู่ร่วมได้ ก็ต้องยอมให้เขากดขี่เอาเปรียบทุกอย่าง เขาจะทำอะไรก็ต้องปล่อย ต่อให้ปิดประเทศก็ต้องยอมเขา แต่เมื่อนานไปผลร้ายคือความอดอยากทุกข์ยากมาถึงจริงๆ ก็คงไม่สามารถทนทานได้

สรุปว่าเลี่ยงวันนี้ ก็ยากจะหลีกวันหน้า ไม่ได้เป็นเพราะเรา แต่เป็นเพราะระบอบของเขามันมีจุดด้อยที่ไม่ยอมแก้ไขเอง เขาเรียกว่าไม่ยอมพัฒนาตัวเองให้ไปกับโลกได้เพื่อความอยู่รอด แต่จะดึงดันบังคับโลกทั้งใบให้มาเข้ากับตนกลุ่มเดียว ซึ่งมันเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ และเป็นเรื่องแส่หาความหายนะใส่ตนเอง

อีกอย่าง มาโทษเราไม่ได้หรอก เราไม่คิดทำลายหรือลงมือทำลายเขาเลยแม้แต่น้อย จนถึงทุกวันนี้ก็ไม่ได้ทำ ลองลำดับดูซิ มีตอนใหนที่เราทำลายเขา ตั้งแต่ไอ้ลิ้มกู้ชาติให้บังยึดอำนาจ แล้วยึดทำเนียบ ยึดสนามบิน เลยมาถึงไอ้มาร์คกระชับพื้นที่ และสุดท้ายพึ่งผ่านหมาดๆ ไอ้เมือกปิดกรุงเทพฯ ขวางการเลือกตั้ง

แต่ละอย่างมันทำลายตัวเอง ประจานตัวเองไปทั่วโลก จากที่เคยแข็งแกร่งปานหินผา อยู่ดีๆก็เอายำเล่นจนเป็นเละเป็นเต้าหู้ ไครทำให้ ไม่มีเลย เขาทำลายตัวเอง เพื่อรักษผลประโยชน์ความได้เปรียบทางสังคมของเขาทั้งนั้น จะเรียกว่า งก จนหน้ามืดก็คงไม่ผิด ครั้งนี้เขาก็ไม่ได้ มีแต่เสียหายหนักขึ้นไปอีก

และนี่ก็เป็นปราการด่านสุดท้ายที่เขางัดออกมาใช้ เรียกว่าหมดลูกหมดดินแล้ว หมดนี่เขาก็พ่ายแพ้ของเขาไปเอง โดยไม่มีไครไปทำอะไรให้ แต่จะแพ้ภัยตัวเอง รออีกไม่นาน หายนะใหญ่ยังไงก็คงมาเยือนประเทศไทยแน่นอน นั่นแหละคือการประจานตัวเองเป็นครั้งสุดท้ายก่อนหายนะของเขา ไม่นานจะเห็นเอง

แต่แม้หายนะใหญ่มาถึง และเขาก็หมดทางปฏิเสธความเลวร้ายของกลุ่มเขาเองได้ เขาก็ไม่ได้คิดจะยอมไปหรอก กอดอำนาจและผลประโยชน์ไว้จนลมหายใจสุดท้ายนั่นแหละ มันกลายเป็นสันดานยากจะเปลี่ยนไปแล้ว เมื่อนั้นแหละ ความวิปโยคใหญ่จะมาเยือนเมืองไทย "ปลายทางไม่เคยมีแสงสว่างรออยู่"

ข่าวด่วน(ฉบับพิเศษ)กษัตริย์ภูมิพลป่วยหนักต้องเจาะท้อง ( พระนาภี )



ข่าวลับกรองแล้ว

ข่าวด่วน(ฉบับพิเศษ)



โดยกลุ่มเสียงประชาชนไทย(สปท.)

______________________



อาการป่วยหนักของกษัตริย์ภูมิพลยังเป็นหัวใจของสถานการณ์การเมืองไทยที่จะชี้ขาดว่าคสช.จะมีอายุยืนนานเท่าไร?ดังนั้นการปกปิดหรือเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับสุขภาพของภูมิพลจึงเป็นยุทธวิธีและเป็นกลศึกที่อ่อนไหวที่สุดที่พลเอกเปรมใช้เป็นเครื่องมือในการควบคุมและต่อรองกับพลเอกประยุทธ์ซึ่งมีข่าวว่างอนกันอยู่จากการที่ไม่ยอมให้เประยุทธ์เข้าอวยพรในวันเกิด26สิงหาที่ผ่านมา,แต่อยู่ๆก็มีผู้ใช้นามว่านายประเทือง เกียรติราช นำข้อมูลภายในวังเกี่ยวก้บอาการป่วยของกษัตริย์ภูมิพลมาเปิดเผยโดยเขียนเป็นแถลงการณ์สั้นๆแจ้งความจริงอย่างเกาะติดมา3ฉบับแล้วแต่ฉบับล่าสุดนี้เปิดเผยในจังจังหวะเวลาการเมืองที่สำคัญขณะที่พึ่งจะมีการลงนามแต่งตั้งนายกฯซึ่งหากกษัตริย์ภูมิพลป่วยหนักจริงถึงขั้นเจาะท้องตามข่าวนี้ พระบรมราชโองการก็น่าจะมีปัญหาว่าเป็นลายเซนต์ปลอมที่เป็นข่าวลือในประเทศไทยขณะนี้ซึ่งจะส่งผลต่อความมั่นคงของประยุทธ์อย่างแน่นอน,ผลของแถลงการณ์นี้น่าจะมีผลต่อการต่อรองในการแต่งตั้งครม.ที่ยังไม่คลอดสักทีซึ่งนานเกินอย่างผิดปกติ,ส่วนนายประเทืองคนนี้จะเป็นใครต้องติดตามต่อไปเพราะเป็นตุ๊กตาที่ต้องจับตามองว่าทำไมจึงนำข่าวภายในวังมาเปิดเผยได้อย่างเป็นจริง,จึงขอนำแถลงการณ์ของนายประเทืองที่ว่อนในเนตในเช้าตรู่ของวันที่28สิงหามาให้ดูดังนี้



แถลงการณ์ถึงประชาชนฉบับที่3

เรื่อง:พระอาการประชวรของในหลวงหนักขึ้น
วันที่28สิงหาคม2557                                       _________________

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานมาประทับทีโรงพยาบาลศิริราชเพื่อทรงรับการตรวจพระวรกายปกติประจำปีตามแถลงการณ์สำนักพระราชวังฉบับที่1เมื่อวันที่6สิงหาคมนี้ซึ่งข้าพเจ้าได้ทราบความจริงพระอาการของพระองค์ว่าพระองค์ทรงพระประชวรหนักไม่สามารถจะเสวยพระกระยาหารได้และเห็นว่าเรื่องพระพลานามัยของพระองค์เป็นความสำคัญอย่างยิ่งที่เกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐและความห่วงใยที่พสกนิกรมีต่อพระองค์ซึ่งคณะองคมนตรีและคณะแพทย์ที่ถวายการรักษาควรจะได้บอกความจริงต่อประชาชนด้วยเหตุนี้เมื่อข้าพเจ้าได้รู้ความจริงและด้วยสำนึกในหน้าที่ที่พร้อมจะถวายชีวิตในฐานะข้ารองพระบาทจึงได้นำความจริงมาเปิดเผยดังปรากฎในแถลงการณ์ถึงประชาชนฉบับที่1และ2และในที่สุดคณะแพทย์ก็จำนนต่อหลักฐานโดยยอมรับว่าพระองค์ไม่สามารถที่จะเสวยพระกระยาหารตามปกติได้แล้วจริงตามแถลงการณ์ของสำนักพระราชวังฉบับที่2แต่ยังปกปิดความจริงจนถึงวันนี้ว่าเป็นเรื่องปกติอีกทั้งๆที่พระองค์ต้องประทับอยู่ที่ศิริราชนานเกือบหนึ่งดือนแล้วซึ่งเกินเวลากว่าเหตุผลที่จะอ้างได้ว่าเป็นการตรวจปกติประจำปี

ข้าพเจ้าขอรายงานให้พสกนิกรผู้จงรักภักดีได้ทราบความจริงเกี่ยวกับพระอาการของพระองค์ว่าขณะนี้ยังไม่ดีขึ้นและทุกครั้งที่เสวยจะเกิดการอาเจียรจนต้องให้อาหารทางสายยางและขณะนี้พระอาการหนักขึ้นถึงขั้นต้องเจาะพระนาพี(ท้อง)แล้วแต่ก็ยังไม่มีการแถลงการณ์ให้ประชาชนทราบโดยไม่ทราบสาเหตุว่าเพราะเหตุใด?

จึงเรียนมาถึงพี่น้องประชาชนเพื่อทราบและขอเชิญชวนร่วมกันถวายพระพร ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

นายประเทือง เกียรติราช




แหวนทองนพเก้านี้ท่านได้แต่ใดมา...หรือ เทวดาเสกประทานให้ "นายกป้ายแดง" แต่งองค์ทรงเครื่องใส่แหวนทองนพเก้า..ขึ้นนั่งเก้าอี้นายกคนที่๒๙..



จาก Thaienews
http://thaienews.blogspot.com/2014/08/one-ring-to-rule-them-all.html
วันพฤหัสบดี, สิงหาคม 28, 2557
สแกน "แหวนนพเก้า" ของบิ๊กตู่... One Ring to Rule Them All หรือป่ะ

[​IMG] 



สแกน "แหวนนพเก้า" ของบิ๊กตู่ และ พี่น้องบูรพาพยัคฆ์

ที่มา ประชาขาติธุรกิจออนไลน์

ว่ากันว่านอกจาก นายกฯ ตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาจะถือฤกษ์ยามยึดเอาบูรณฤกษ์ เป็นวันมงคลในพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว นายกรัฐมนตรีคนที่ 29 มาดเข้ม ยังยึดตำราโหราศาสตร์เป็นที่พึ่งทางใจอีกด้วย หากสังเกตกันดีๆ วันรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี บิ๊กตู่ ได้สวมแหวนมงคล แหวนทองนพเก้าที่นิ้วนางข้างซ้าย โดยแหวนทองนพเก้าที่บิ๊กตู่ใส่นั้น เป็นแหวนพิรอดนพเก้า ตัวเรือนเป็นทอง ประดับด้วยอัญมณีมงคล 9 อย่าง ได้แก่ เพชร ทับทิม มรกต บุษราคัม ไพลิน โกเมน มุกดาหาร เพทาย และ ไพฑูรย์ โดยมีความเชื่อว่า นพเก้า หรือเรียกอีกอย่างว่า นพรัตน์นี้มีอำนาจพิเศษที่จะนำสิริมงคลมาสู่ตัวผู้สวมใส่



[​IMG]


จาก Thaienews http://thaienews.blogspot.com/2014/08/thai-premier-tells-foreign-investors-we.html

วันพฤหัสบดี, สิงหาคม 28, 2557
ประยุทธ์พบนักธุรกิจต่างชาติ แล้วประกาศว่า "พวกเราไม่ใช่เผด็จการ" - Thai premier tells foreign investors: 'We are not dictators'

[​IMG] 



เพลียอีกแล้วครับ ประยุทธ์พบนักธุรกิจต่างชาติ แล้วประกาศว่า "พวกเราไม่ใช่เผด็จการ"
คงคิดว่านักลงทุนโง่เหมือนตัวเอง พฤติกรรมทั้งหมดที่ผ่านมาตั้งแต่รัฐประหาร เป็นพฤติกรรมเผด็จการทั้งสิ้น ตั้งแต่ยึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่งตั้งตัวเองเป็นนายก เอาพวกตัวเองเข้ามาเป็น สนช เขียนรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจ คสช ปิดกั้นการแสดงความเห็นจากสื่อและนักวิชาการ ไล่ล่าผู้เห็นต่าง ตั้งข้อหาบ้าบอทำร้ายฝ่ายตรงข้าม.... จะให้เขียนพฤติกรรมเผด็จการทั้งหมด คงต้องใช้เวลา 3 วัน

OH MY GOD Prayuth told foreign investors that "We are not Dictators".... Nothing else to say, just to emphasise that these foreign investors are not stupid.

Pavin Chachavalpongpun





.........................................................................

โดย  ราษฎรไทย


"วีรบุรุษ" หรือ "ไอ้ซาตานทรราชฆาตกร" คือผลที่เกิดจากการกระทำของตัวเองทั้งนั้น 

แหวนนี้ท่านได้แต่ใดมา...หรือ  เทวดานายท่านประทานให้ "นายกป้ายแดง" แต่งองค์ทรงเครื่องใส่แหวนทองนพเก้า..ขึ้นนั่งเก้าอี้นายกคนที่๒๙...

อยากจะบอกนายกป้ายแดงว่า..ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่จะคุ้มครองท่านให้ปลอดภัยได้...นอกจากการตัดสินใจของตัวท่านเองเท่านั้น   ขณะนี้นี้อำนาจอยู่ในมือท่าน  แต่ท่านขาดพลังศรัทธาจากประชาชนไทยทั้งประเทศ  ซึ่งถือว่าเป็นพลังอำนาจอันสูงสุดและสำคัญยิ่งใหญ่กว่าอำนาจใดๆ   ท่านไม่สามารถใช้อำนาจปืนบังคับประชาชนและไม่มีวันเอาชนะความต้องการของประชาชนได้อย่างแน่นอน 

ท่านไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากตัดสินใจทำในสิ่งที่ถูกต้องคือเลือก.ประเทศชาติและประชานเท่านั้น...
"ความจริง"คือตัวอย่างมีให้เห็นอำมาตย์ทรราชมีอำนาจล้นฟ้าอยู่ในมือทุกสิ่งทุกอย่าง มีข้าทาสบริวารเช่นพวกท่านรับใช้ "ยังเสื่อมสุดๆ"  ประชาชนไทยยังสิ้นรักเสื่อมศรัทธา  เพราะการกระทำของตัวเองที่เห็นแก่ตัวตาบอดมัวเมาหลงไหลในอำนาจคิดว่าตัวเองป็นเจ้าของประเทศชาติและเจ้าชีวิตของประชาชนไทย   ฉะนั้น"นายกป้ายแดง" โปรดคิดไตร่ตรองทบทวนดูให้ดี  เวลาเหลือไม่มากอย่าคิดนาน..
กรรมดีกรรมชั่ว  คือผลที่เกิดจากการกระทำของตัวเองทั้งนั้น  จะเป็น"วีรบุรุษ" หรือ "ไอ้สารเลวทรราชฆาตกร"  ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของตัวเองทั้งนั้น...
................................................................


รื่องของมณีนพเก้า คอลัมน์ รู้ไปโม้ด โดย น้าชาติ ประชาชื่น ได้เขียนอธิบายไว้ว่า

มณีนพเก้า มณีนพรัตน์ หรือ แก้วเก้าเนาวรัตน์ เป็นอัญมณี 9 ชนิด ประกอบด้วยเพชร และพลอยสำคัญอีก 8 ชนิด ได้แก่ ทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน นิลกาฬ มุกดาหาร เพทาย ไพฑูรย์ (ตาแมว) โดยมีการนำชื่ออัญมณีและคุณสมบัติ โดยเฉพาะสีสันที่โดดเด่นมาร้อยเป็นคำต่อเนื่องให้ท่องจำได้ง่าย ดังนี้

เพชรดี มณีแดง (ทับทิม) เขียวใสแสงมรกต เหลืองใสสด บุษราคัม แดงแก่ก่ำโกเมนเอก สีหมอกเมฆนิลกาฬ (ไพลิน) มุกดาหารหมอกมัว แดงสลัวเพทาย สังวาลสายไพฑูรย์
คนไทยได้รับอิทธิ พลความเชื่อจากอินเดีย ถือว่าอัญมณีแต่ละชนิดเป็นสัญลักษณ์แทนดาวนพเคราะห์ทั้ง 9 ดวงในระบบสุริยะ ซึ่งมีเทพดูแล โดยมีคุณ สมบัติในทางสิริมงคล ป้องกันภยันตรายต่างๆ หากผู้ใดมีไว้ในครอบครองก็เท่ากับมีมงคลไว้ติดตัวจะเจริญรุ่ง เรือง (สมัยก่อนนับดาวพลูโตเป็นสมาชิกระบบสุริยะ) คุณค่าของนพเก้าหรือนพรัตน์ มีเป็นคำกลอน ดังนี้

เพชรยิ่งใหญ่ ไพรี ไม่มีกล้ำ ทับทิมนำ อายุยืน เพิ่มพูนผล

อุดมลาภ ยศศักดิ์ ประจักษ์ดล มรกต กันภัยพ้น ผองเล็บงา

บุษราคัม ฉาบเสน่ห์ ไม่เสแสร้ง โกเมนแจ้ง แคล้วพาลภัย ใจสุขา

ไพลินย้ำ ความร่ำรวย ช่วยนำพา มุกดาหาร เสน่หา น่าเมียงมอง

อันเพทาย ช่วยกันโทษ ที่โฉดเขลา ไพฑูรย์เล่า กันฟอนไฟ ภัยทั้งผอง

ดลบันดาล ให้เทวา มาคุ้มครอง สบสนองคุณค่าแจ้ง แห่งนพรัตน์

มณีนพรัตน์ยังใช้ประโยชน์ทั้งในด้านศาสนา และในสถาบันพระมหากษัตริย์ เช่น ทำเป็นพระพุทธรูปต่างๆ ตลอดจนใช้ประดับเครื่องทรงและที่ประทับ ใช้เป็นเครื่องประดับแสดงถึงตำแหน่งและเกียรติยศ เครื่องราชูปโภคในพระราชพิธีสำคัญ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตลอดจนสิ่งของเครื่องใช้ของที่เป็นบำเหน็จรางวัล เครื่องประดับต่างๆ ของพระราชวงศ์ ขุนนาง และข้าราชการชั้นสูง

ในหลวงรัชกาลที่ 4 ทรงไม่ห้ามเหมือนในสมัยก่อนๆ หน้านี้ ขุนนางสามัญชนใช้มณีนพรัตน์มาประดับตัวเป็นครั้งแรก จากนั้นมาชาวบ้านก็หามาใช้ได้ตามกำลังฐานะ


โดยนอกจากเพื่อความสวยงาม และความเป็นสิริมงคล ยังใช้เป็นหลักทรัพย์ที่ถือเป็นมรดกสืบทอดแก่ทายาทในวงศ์ตระกูล เป็นของกำนัลได้ด้วย

นอกจากนี้ ยังนิยมนำมาทำเป็นแหวน เรียกว่า แหวนนพเก้า หรือ แหวนนพรัตน์ ดังมีคำกลอนโบราณกล่าวถึงการแต่งองค์ของจอมทัพ พูดถึงเครื่องประดับที่ทรงใช้ว่า

ทั้งเก้าวงล้วนผูกเป็นเรือนยอด สลับเพชรสอดแกมสลับ

อีกวงหนึ่งธำมรงค์สำหรับทัพ นพเก้าเรืองประดับระยับพราย

แล้วทรงรัดเข็มขัดประจำมั่น เรือนครุฑเพชรกุดั่นกระสันสาย

วะวาบวับแววเวียนวิเชียรพราย สองสายสังวาลนพรัตน์

จะเห็นว่าตำราโบราณต่างระบุว่า แหวนนพเก้าแม่ทัพจะใส่ก่อนออกรบ

อาจเป็นเพราะความเชื่อนี้เอง ทำให้ วันรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จึงได้เห็นแหวนพิรอดนพเก้าบนนิ้วนางข้างซ้ายของ ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ไม่ใช่แค่พล.อ.ประยุทธ์ เท่านั้นที่มีแหวนนพเก้านี้ เพราะว่ากันว่า พี่น้องบูรพาพยัคฆ์คนอื่นก็สวมแหวนแบบเดียวกันนี้ คือ บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ บิ๊กป๊อก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา
ooo
ข้างในเป็นหย่างนี้หรือป่ะ


[​IMG]
Ash nazg durbatulûk, ash nazg gimbatul, ash nazg thrakatulûk, agh burzum-ishi krimpatul