tisdag 17 januari 2017

ไอเดีย "ปรองดอง" ของ คสช - "อย่าทะเลาะกัน"ในระดับพรรคการเมืองและฐานมวลชน แต่ต้องยอมรับการจัดสรรอำนาจตาม รธน คสช

Somsak Jeamteerasakul
ไอเดีย "ปรองดอง" ของ คสช - "อย่าทะเลาะกัน"ในระดับพรรคการเมืองและฐานมวลชน แต่ต้องยอมรับการจัดสรรอำนาจตาม รธน คสช
ในขณะที่ยังไม่มีรายละเอียดว่า "ปรองดอง" ของ คสช จะออกมาอย่างเป็นรูปธรรมอย่างไรบ้าง ผมคิดว่า จากที่เห็นและเป็นอยู่ เราอาจจะสรุปได้กว้างๆว่า
"กรอบ" ของไอเดีย "ปรองดอง" ของ คสช คือ
"อย่าทะเลาะกัน" #ในระดับระหว่างพรรคการเมืองและฐานมวลชน คือในระดับระหว่าง ปชป-พท, นปช-กปปส/พันธมิตร
แต่การไม่ทะเลาะกันในระดับที่ว่า หมายความด้วยว่า "ทุกฝ่าย" ในระดับดังกล่าวที่ไม่ทะเลาะกันนั้น #จะต้องยอมรับอำนาจของสถาบัน, #องค์กร ฯลฯ #ที่ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมตรวจสอบของสังคมโดยรวมด้วย ได้แก่ สถาบันกษัตริย์, กองทัพ, ตุลาการภิวัฒน์ (ศาล, องค์กรอิสระ ฯลฯ) - นั่นคือ #ยอมรับการจัดสรรอำนาจตามที่วางไว้ในรัฐธรรมนูญ คสช (เพียงแต่ "อย่าทะเลาะกัน" ในระดับพรรคการเมืองและฐานมวลชน)
การ "ปรองดอง" ภายใต้ "กรอบ" หรือแนวคิดแบบนี้ จะไม่แก้ปัญหารากฐานของวิกฤติสิบปีได้ ยิ่งไม่ใช่การนำไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริงและยั่งยืน
 

"ปรองดอง" ข้อเสนอของคสช. เพิ่งเริ่มต้น?,มีผู้ออกมาปฎิเสธไม่ร่วมจับมือเสียแล้ว... คงไปไม่ถึงหลักชัยที่ปักไว้...?


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมตั้งคณะกรรมการปฏิรูปและปรองดองเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แว่วมาว่า การปรองดองจะไม่เริ่มต้นที่การ “ให้อภัย” แม้ สปท.จะนำเสนอแนวทางของการนิรโทษกรรม รวมทั้ง สนช.ก็มีร่าง 33 มาตรา…
Prachachat - ประชาชาติ
"บิ๊กตู่"ชี้ทำ"สัจจะวาจา" ไม่ขัดเเย้ง-ไม่ขัดขวางเลือกตั้ง ขออย่าใจร้อนเชื่อปรองดองสำเร็จ
"สุเทพ" ลั่น ไม่ร่วมเซ็น MOU ชี้ไม่ใช่ทางออก แนะทำคนในชาติเคารพกฎหมายก่อน


"สุเทพ" ลั่นไม่ร่วมเซ็น MOU ชี้ไม่ใช่ทางออกสร้างปรองดอง แนะต้องทำให้คนในชาติเคารพกฎหมาย
ณัฐวุฒิ” อัด “สุเทพ” อย่าสำคัญตัวผิด คิดว่าตัวเองคือศูนย์กลาง
http://www.matichon.co.th/news/431152


“ณัฐวุฒิ” อัด “สุเทพ” อย่าสำคัญตัวผิด คิดตั้งเงื่อนไขก่อนเริ่มกระบวนการปรองดอง ลั่น นปช.ยินดีร่วมแต่ไม่ยอมง้อ-เป็นลูกไล่ให้ใครกระทบเอาดีเข้าตัว เมื่อวันที่ 17 มกราคม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. กล่าวว่า ไม่รู้ว่าอะไรทำให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ…
"สนช." หนุน "ปรองดอง" ชี้ไทม์มิ่งเหมาะ แนะยึดส่วนรวมมาก่อนตัวบุคคล




สุเทพ ลั่นไม่เซ็น MOU ปรองดองย้ำไม่เอานิรโทษกรรม 112 ด้านณัฐวุฒิ อัดอย่าเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง
สุเทพ เทือกสุบรรณ หนุนรัฐบาลเดินหน้าปรองดอง แต่ไม่ยอมเซ็น MOU ชี้ไม่ใช่การปรองดองที่แท้จริง ย้ำไม่เอานิรโทษกรรมคดี 112 คอร์รัปชั่น และความผิดทางอาญา ด้านณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อัด อย่าคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลาง ยัน นปช. พร้อมเข้าร่วม
http://www.prachatai.org/journal/2017/01/69664

อุตุฯ ประกาศเตือน.....ฝนตกหนักภาคใต้-คลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย

Prachachat - ประชาชาติ


คลิกอ่าน-อุตุฯ ประกาศเตือนฉบับที่ 10 ฝนตกหนักภาคใต้-คลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 17 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี…

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ที่ยังคงมีน้ำค้างอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำบางพื้นที่…

วันที่ 17 มกราคม 2560 รายงานข่าวว่าโรงเรียนในพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลาหลายแห่งยังไม่สามารถเปิดเรียนได้ วัดคลองเป็ด วัดหัวเค็ดและ วัดจาก อ.ระโนด…

måndag 16 januari 2017

ในหลวงกับประชาธิปไตย : คอลัมน์ ใบตองแห้ง


ในหลวงกับประชาธิปไตย
คอลัมน์ ใบตองแห้ง

ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มา 84 ปี อยู่ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ 70 ปี อยู่ในรัชสมัย ร.7 ไม่ถึง 2 ปี อยู่ในรัชสมัย ร.8 อีก 12 ปี แต่ต้องมีคณะผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน เพราะเสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อมีพระชนมายุเพียง 8 พรรษา
กล่าวได้ว่า ประชาธิปไตยไทยไม่ว่าจะคดเคี้ยวระหกระเหินอย่างไร ก็เปลี่ยนแปลง พัฒนามาในรัชสมัยของพระองค์ท่านเกือบทั้งสิ้น แม้ช่วงแรกเป็นยุครัฐบาลทหาร หลังรัฐประหาร 2490 ที่พลังอนุรักษนิยมโค่นล้มปรีดี ปิดฉากประชาธิปไตยของคณะราษฎร แต่ภายหลัง 14 ตุลา 2516 ซึ่งวิกฤตคลี่คลายด้วยพระบารมี 43 ปีถึงวันนี้ เราก็อยู่ใน “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” แม้มีรัฐประหาร 4 ครั้ง มีประชาธิปไตยไม่เต็มใบในบางช่วง
ทำไมนับแค่ 43 ปี ก็เพราะจากปี 2490 ถึง 2516 ประเทศปกครองด้วยอำนาจรัฐประหารมากกว่ารัฐธรรมนูญ แม้รัฐประหารให้ความเคารพเทิดทูนพระมหากษัตริย์ แต่ก็ปกครองด้วยอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ ไม่ได้ปกครองตามรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้ตั้งแต่ปี 2475 ว่า “อำนาจอธิปไตยย่อมมาจากปวงชน ชาวสยาม พระมหากษัตริย์ผู้เป็นประมุข ทรงใช้อำนาจนั้นแต่โดยบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้”
ดูง่ายๆ สิครับ ประกาศคณะปฏิวัติ ประกาศคณะรัฐประหาร หัวหน้าประกาศใช้ได้เลย ไม่ต้องทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย ไม่เหมือนพระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา พระบรมราชโองการ ที่ประธานรัฐสภา นายกฯ ต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ
พระบารมีของในหลวง ร.9 แผ่ไพศาลในระบอบประชาธิปไตยที่ทรงเป็นประมุข เป็นศูนย์รวมจิตใจ เป็นที่ยึดเหนี่ยว ในขณะที่รัฐสภา รัฐบาลก็ทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ พสกนิกรมีสิทธิเสรีภาพ มีอำนาจตัดสินใจ ในระดับที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ตลอด 43 ปี ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่ปลื้มปีติ “เกิดในรัชกาลที่ 9” ก็เกิดและเติบโตในช่วงนี้แหละ
พระบารมีกับประชาธิปไตยไม่จำเป็นต้องขัดกัน แต่ก็มีคนพยายามดึงสถาบันมาตัดสินการเมือง โดยเฉพาะการเรียกร้อง “นายกฯ พระราชทาน” เมื่อปี 2549 กระทั่งในหลวงทรงมีพระราชดำรัสว่า ไม่เคยมีนายกฯ พระราชทาน มาตรา 7 ไม่ได้หมายถึงมอบให้พระมหากษัตริย์มีอำนาจที่จะทำอะไรตามชอบใจ
แต่ 10 ปีผ่านไป ก็ดูเหมือนยังมีความคิดความพยายามเรื่องนี้อยู่ จนร่างรัฐธรรมนูญ 2559 ของ กรธ.ต้องตัดมาตรา 7 ไปใช้มาตรา 5 แก้วิกฤตแทน
อันที่จริง พระบารมีไม่ได้อยู่ในมาตราไหนทั้งสิ้น ถ้าว่าตามหลักรัฐธรรมนูญ เมื่อบ้านเมืองอยู่ในภาวะวิกฤต องค์กรอำนาจต่างๆ เป็นอัมพาต ก็เป็นอำนาจหน้าที่ของประมุขตามมาตรา 3 แต่ถ้าว่ากันตามความเป็นจริงทางสังคมการเมือง เมื่อบ้านเมืองถึงทางตัน จะพินาศย่อยยับ จะฆ่าฟันกัน แบบ 14 ตุลา พฤษภา 35 ก็เหลือแต่บุคคลที่ประชาชนให้ความเคารพนับถือสูงสุด ที่ยับยั้งและชี้ทางออกได้
เพียงแต่ต้องขึ้นกับพระบรมราชวินิจฉัย “หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ” ไม่ใช่คน 2 ฝ่ายขัดแย้งกันยังไม่เกิดฉันทามติ ฝ่ายหนึ่งก็ไปเรียกร้อง “นายกฯ พระราชทาน” จนความขัดแย้งบานปลาย
สถาบันพระมหากษัตริย์กับการพัฒนาประชาธิปไตยอยู่คู่กันได้ และต้องทำให้ได้ แต่จนวันนี้ก็ยังมีคนปลุกกระแส แบบรักสถาบันแล้วไม่ต้องมีประชาธิปไตย “แบบฝรั่ง” ที่ให้เสรีภาพมีความเห็นต่าง หรือบางคนก็ฉวยช่วงนี้ ย้อนไปโจมตีคณะราษฎร ทำนองว่าทำผิดคิดร้ายที่เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นประชาธิปไตย
รักในหลวง แล้วต้องรักระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ยังงั้นหรือครับ ไม่เข้าใจหรือว่า ในหลวงทรงสั่งสมพระบารมีจากการเป็นพระมหากษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ ที่ทรงมีพระราชดำรัสเองว่า “ไม่เคยทำอะไรตามใจชอบ”
มิพักต้องพูดถึงว่า คณะราษฎรเป็นผู้กราบบังคมทูลอัญเชิญในหลวง ร.8 ขึ้นครองราชย์ แต่คนไทยที่ไม่ศึกษาประวัติศาสตร์ก่อน 2475 ไม่เข้าใจว่า คณะราษฎรได้เปลี่ยนแปลงการปกครองให้พระมหากษัตริย์ทรงพ้นไปจากการใช้อำนาจตัดสินใจทางบริหาร ทางนิติบัญญัติ ซึ่งสัจธรรมของอำนาจ ไม่ว่าผู้ใดใช้อำนาจก็ย่อมให้คุณให้โทษ ย่อมเกิดคนพอใจไม่พอใจ อย่างเช่น ร.7 ทรงต้องแบกภาระแก้ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ ต้องขึ้นภาษี ตัดงบประมาณ ปลดข้าราชการ ฯลฯ
พระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยมีพระราชอำนาจไหม มีในแง่กระบวนการ ที่หากไม่เป็นไปตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ บางกรณีก็ไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย แต่พระองค์ไม่เกี่ยวข้องการตัดสินใจ ไม่ว่าการออกกฎหมาย การแต่งตั้งใคร (ซึ่งย่อมมีคนสมหวังผิดหวัง) ประธานรัฐสภา นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี ผู้รับสนองพระบรมราชโองการเป็นผู้รับผิดชอบการตัดสินใจนั้นๆ
รักในหลวงก็ควรรำลึกถึงพระองค์ท่านในฐานะประมุขแห่งระบอบประชาธิปไตย ที่เปลี่ยนแปลงพัฒนามาตลอดรัชสมัย

(หมายเหตุ-นำมาอัพเดทให้อ่าน "ปัญญาคืออาวุธในการต่อสู้"   อ่าน  คิด  ติดอาวุธทางปัญญา เพื่อพัฒนาปรับเปลี่ยนยกระดับแนวคิด  ติดตามข่าวก้าวทันปัญหาสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่ปกติ...  )

“นามธรรม”มันสั่งฆ่า...เห็นกับตา “ รูปธรรม “.........

ขุนเขาบอก :

“นามธรรม”มันสั่งฆ่า...เห็นกับตา “ รูปธรรม “.........

สรรพสิ่งได.มองไม่เห็น...นั่นย่อมเป็น “นามธรรม “
แต่สีขาว.ฤาสีดำ ...“รูปธรรม”คือมองเห็น
นามธรรม.คือศรัทธา...เทิดบูชา.เกินจำเป็น
รูปธรรม.คือตาเห็น...เลือดกระเซ็น.เป็นคนตาย

คุณธรรม.ในจิตใจ...ไม่เหลือไว้.ให้ได้เห็น
ยอมเลือกข้าง.สร้างกรรมเวร...ความร่มเย็น.เสื่อมสลาย
นามธรรม.คือเทวา...หลงบูชา.กันแทบตาย
รูปธรรม.คือสัตว์ร้าย...ฆ่าคนตาย.ขายวิญญาณ

สัมภเวสี.ยังดีกว่า...เทวดา.หน้าหล่อเหลา
ถูกประเคน.เซ่นของเมา...เทวาเจ้า.ประหัตประหาร
เปรียบมนุษย์.เป็นกากเดน...กินเครื่องเซ่น.เป็นสันดาน
โถมนุษย์.สุดสงสาร...นามธรรมท่าน.ที่บูชา

ตาหูกาย.จมูกลิ้น...สัมผัสสิ้น.รสกลิ่นเสียง
รูปธรรม.แสนลำเอียง...มนุษย์เพียง.ผู้ต้องหา
สิ่งที่เห็น.ด้วยความคิด...ผู้เหลิงฤทธิ์.เทวดา
ยอมหมอบนั่ง.กระทั่งหมา...เทวดา.ประทานพร

มนุษย์เอ๋ย.เฉลยแล้ว...แสงแห่งแก้ว.ใช่แสงสูรย์
มันคือแสง.แห่งอาดูร...หลงเทิดทูน.ยากไถ่ถอน
สุริยน.สุริยัน...แสงอำพัน.ทิฆัมพร
มลังเมลือง.เคียงสิงขร...รีบไถ่ถอน.ความศรัทธา

รูปธรรม.นามธรรม...ทั้งสองคำ.ลึกล้ำเหลือ
ศรัทธาผิด.ยาพิษเจือ...ตายไม่เหลือ.ดั่งเบื่อหมา
ดิ้นทุรน.จนตนตาย...รู้ความหมาย “เทวดา “
“นามธรรม”มันสั่งฆ่า...เห็นกับตา “ รูปธรรม “.........

บีบีซีไทย - BBC Thai

โปรดเกล้าฯ รัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ. 2557 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว #ThaiConstitution

ยุคไฮเทค... ร่วมด้วยช่วยกันค้นหาความจริง นำความถูกต้องยุติธรรม กลับคืนสู่สังคม

กรมคุ้มครองฯแถลงการณ์ จะช่วยเหลือ”ไผ่ ดาวดิน”ให้สอบวิชาสุดท้าย ตามหลักสิทธิมนุษยชน