onsdag 1 juli 2015

รายการปฏิวัติประเทศไทย No40 กับ อ.สุรชัย แซ่ด่าน ประจำวันที่ 1ก.ค.58






ปฏิวัติประเทศไทย #40 อ.สุรชัย แซ่ด่าน ประจำวันที่1-7-58
ตอน:ปู่หมดน้ำยา รับคำท้าไม่ได้
คลิกฟัง- https://youtu.be/R9r8h0c4BpU

สารถึงกลุ่ม "ประชาธิปไตยใหม่" นักศึกษาเยาวชนอนาคตของชาติ ผู้กล้าคิด กล้าแสดงออก ... หลากหลายความคิด อีกเรื่องที่น่าสนใจ ฝากให้ทุกคนได้อ่านศึกษา คิดไตร่ตรอง อย่างมีสติตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงของสังคมไทย ที่ขณะนี้อยู่ในสภาวะที่ไม่ปกติไร้รัฐธรรมนูญปกครองประเทศ คนในสังคมแบ่งแยกทางความคิดออกเป็นฝักฝ่าย การเมืองไม่นิ่ง เศรษฐกิจตกต่ำ ประชาชนเดือดร้อน สังคมเสื่อมโทรมเกินกว่าจะเยียวยา ดังนั้นคนในสังคมต้องอดทนเสียสละปฎิวัติตัวเองก่อน ช่วยกันสร้างพลัง"ชนชั้นใหม่"ให้เป็นเอกภาพ เพื่อปฎิวัติสังคมให้ขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ ...

สารถึงกลุ่ม "ประชาธิปไตยใหม่"
มติชนออนไลน์









โดย ยุกติ มุกดาวิจิตร
 
ขอแสดงความคารวะจากใจจริงถึงความกล้าหาญจริงจังของพวกคุณ พวกคุณแสดงออกซึ่งโครงสร้างอารมณ์ของยุคสมัยอย่างจริงใจไม่เสแสร้ง อย่างที่แม่ของพวกคุณคนหนึ่งบอกกล่าวกับผมว่า "พวกเขาก็เป็นผลผลิตของสังคมในยุค 10 ปีที่ผ่านมานั่นแหละ" นั่นก็คือ พวกคุณได้สื่อถึงความห่วงใยต่ออนาคตของสังคมไทยที่พวกคุณนั่นแหละจะต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อไปให้สังคมได้รับรู้แล้ว

ถึงกระนั้น ผมก็อยากเสนอความเห็นให้พิจารณาถึงจังหวะก้าวและความเข้าใจสถานะความเคลื่อนไหวของพวกคุณสักหน่อย เพื่อที่ว่าพวกคุณจะได้ไม่คิดเพียงว่าย่างก้าวของพวกคุณเป็นเพียงส่วนหนึ่งหรือดำเนินตามโมเดลของขบวนการนักศึกษาในอดีต

จริงอยู่ที่ย่างก้าวของพวกคุณในขณะนี้คือการแสดงตนเพื่อชี้ให้เห็นถึงปัญหาของการใช้อำนาจอย่างอยุติธรรมและไร้ความชอบธรรมของคณะรัฐประหาร พร้อมกับทั้งเรียกร้องมโนธรรมสำนึกของประชาชนทั่วไปให้เข้าใจถึงปัญหาพื้นฐานของการอยู่ใต้ระบอบเผด็จการอย่างในปัจจุบัน การเคลื่อนไหวของพวกคุณในขณะนี้จึงดูละม้ายคล้ายกันกับการเคลื่อนไหวของคณะนักศึกษาในอดีต

อย่างไรก็ดี ผมก็ยังหวังว่าพวกคุณจะมองเห็นความแตกต่างอย่างสำคัญของการเคลื่อนไหวในขณะนี้กับการเคลื่อนไหวของขบวนการนักศึกษาในอดีต แม้ว่าอำนาจที่พวกคุณนำธงต่อสู้อยู่นั้นจะเป็นเผด็จการเบ็ดเสร็จดังในอดีต แต่พวกคุณก็ต้องประเมินโฉมหน้าของเผด็จการในปัจจุบันให้แหลมคมยิ่งขึ้น

ดังที่มีผู้มากประสบการณ์และเฝ้าประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดคนหนึ่งวิเคราะห์ไว้ถึงเงื่อนไขของการต่อสู้กับเผด็จการในอดีต ผมเห็นด้วยแต่ก็จะไม่กล่าวซ้ำความเห็นนั้น ผมแค่อยากเสนอเพิ่มเติมว่า เผด็จการปัจจุบันอาจมีโฉมหน้าแตกต่างออกไปบ้าง ก็ด้วยเพราะมีผู้สนับสนุนที่มีต้นทุนทางสังคมและต้นทุนทางวัฒนธรรมที่สูง ซึ่งก็คือเหล่า "ชนชั้นสูงระดับล่าง" (แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า upper middle class) สนับสนุนอยู่อย่างหนาแน่น ผมหวังว่าคุณจะพิจารณาเงื่อนไขนี้อย่างถี่ถ้วน เพื่อที่ว่าการต่อสู้ของพวกคุณจะเห็นเงื่อนงำที่ยากเย็นเพราะไม่มีทางที่จะหาฉันทานุมัติจากสังคมได้โดยง่าย

ในอีกด้านหนึ่ง ผมคิดว่าก็ควรพิจารณาเงื่อนไขส่งเสริมใหม่ๆ คือพลังสนับสนุนและพลังความหวังต่อความก้าวหน้าของสังคมที่มีมาจากประชาชนผู้ด้อยเสียง ผู้ไม่ถูกรับรู้ในสังคม พลังในเชิงโครงสร้างที่เข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ ของคนกลุ่มนี้ ที่ผมขอเรียกว่า "ชนชั้นใหม่" จะเป็นเงื่อนไขใหม่ๆ ที่เกินเลยความคาดหวังของเผด็จการ ด้วยเพราะมันสมองของเผด็จการมองข้ามพลังเหล่านี้ พวกเขาจึงประเมินพลังเหล่านี้ต่ำเกินไปกว่าแค่เดินถือปืนข่มขู่ในหมู่บ้านแล้วพวกเขาก็จะเงียบสงบลงเอง เกินไปกว่าแค่มวลชนไร้สำนึกที่ถูกชักจูงล่อหลอกโดยนักการเมือง

อีกพลังหนึ่งที่เป็นเงื่อนไขใหม่ซึ่งคณะรัฐประหารครั้งนี้เผชิญอย่างรุนแรงเหนือความคาดหมายเกินกว่าการรัฐประหารครั้งที่แล้ว เป็นพลังที่อำนาจเผด็จการในอดีตเคยได้รับการสนับสนุนคือ พลังทัดทานจาก "โลกสากล" ที่เรียกว่าโลกสากลเพราะไม่ใช่แค่ลมประชาธิปไตยตะวันตก แต่ทั้งญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และพลังก้าวหน้าในอาเซียนเอง ก็ทั้งส่งสัญญาณและเฝ้าระวังอยู่อย่างเงียบๆ ว่าการถดถอยลงของก้าวย่างประชาธิปไตยในประเทศไทยจะนำมาซึ่งการกลับมาของพลังอนุรักษ์นิยมในภูมิภาค ที่ผ่านมาผมเห็นพวกคุณเข้าใจและเข้าหาพลังเหล่านี้ได้ดี หากแต่ผมก็ยังอยากเสนอให้พิจารณาว่า พวกคุณจะสานต่อกับพลังทัดทานใหม่ๆ ที่เผด็จการไทยไม่คุ้นเคยมาก่อนเหล่านี้อย่างไร

แต่ถึงอย่างนั้น ก็อย่าประเมินเผด็จการคณะนี้ต่ำเกินไป อาการ "เลือดเข้าตา" "เสือลำบาก" ก็อาจจะก่อโศกนาฏกรรมโง่ๆ ดังที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วได้ ผมยังหวังว่าความกล้าหาญของพวกคุณจะไม่กลับกลายเป็นความดันทุรัง แม้ว่าจุดสมดุลนี้จะหาได้ยาก แต่ผมก็ยังเชื่อมั่นในวิจารณญาณของพวกคุณว่าจะไม่ตัดปัจจัยความบ้าบอไร้สติของคณะรัฐประหารนี้ออกไปเสีย

สุดท้าย ผมอยากจะบอกว่า พวกคุณได้จุดไฟของการลุกขึ้นยืนไปอีกก้าวหนึ่ง ผมคิดว่าสังคมก็ไม่ได้อยากจะวางภาระหนักอึ้งนี้ให้พวกคุณเสียสละโดยลำพัง เพียงแต่จังหวะและโอกาสที่สังคมจะสานต่อแปลงพลังนี้ไปสู่การเปลี่ยนแปลงอาจจะต้องแลกด้วยความอดทนของพวกคุณบ้าง ก็หวังว่าพวกคุณจะคิดอ่านอย่างสงบนิ่งและหนักแน่นพอ

ยุกติ มุกดาวิจิตร

ที่มา เพจเฟซบุ๊ก ชาติพันธุ์นิพนธ์







       




ข่าวทั่วไป ใคร? อะไร? ที่ไหน? เมื่อไหร่? เมื่อเด็กกล้าคิดกล้าทำกล้าแสดงออกสอนผู้ใหญ่ให้มีจิตสำนึกที่ดีรับผิดชอบต่อประเทศชาติและสังคมส่วนรวม ปลูกจิตสำนึกให้คนในสังคมได้รู้ว่าสังคมไทยวันนี้วิปริตเสื่อมโทรมใกล้ล่มสลาย ด้วยะน้ำมือ"มนุษย์ขยะ "พวกผู้ใหญ่แก่กะโหลกกะลา"จิตวิปริต"ไร้สมองไร้จิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมกลัวสูญเสียอำนาจแย่งชิงอำนาจทำลายซึ่งกันและกัน มัวเมาหลงไหลในอำนาจทำการปล้นยึดอำนาจฉีกรัฐธรรมนูญ ผูกขาดการเป็นเจ้าของประเทศไทย ชี้นำคิดแทนคนไทยทั้งประเทศ จนเกิดวิกฤติอันเลวร้ายทำให้บ้านเมืองวุ่นวายประชาชนเดือดร้อน ช่างสารเลวและเห็นแก่ตัวกันเสียจริงๆๆ...

ข่าวสดออนไลน์






(ไอ้แก่กะโหลกกะลาสันดานโจร ไอ้" ผ้าเหลืองห่มตอ" ผู้มีกิเลสหนาปัญญานิ่มจิตใจมืดบอดมองเห็นกงจักรเป็นดอกบัว ไอ้สารเลวไร้จิตสำนึกสติแตก  ยังมาสำรอกใส่ร้ายเด็ก ไม่มีความละอาย"แผลบๆคสช."พวกเดียวกัน)







(อารยะขัดขืนแบบสันติอหิงสา  เส้นทางที่เต็มไปด้วยอุปสรรคแต่ไม่ย่อท้อ เป็นกำลังใจให้เดินต่อไป)
-ที่หน้าตึกคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นักศึกษาจัดกิจกรรมให้กำลังใจเพื่อน นศ. 14 คน ที่ถูกจับกุมคุมขังที่เรือนจำ กทม. โดยมี ตร. - ทหาร นำกำลังเจ้าหน้าที่มาคอยดูแลความเรียบร้อย


คลิกอ่าน-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php…


คลิกดูเพิ่ม-Visa översättning


by เพจกู


รูปภาพของ กูต้องได้ 100 ล้าน จากทักษิณแน่ๆ


กรรมการ ป.ป.ช. ติดคดี และ ป.ป.ช.ช่วยดองคดี
อยากให้คนไทยทุกคนได้รู้ วานท่านทั้งหลายช่วยกันแชร์


คดี นางสาวสุภา ปิยะจิตติ กรรมการป.ป.ช.
สมัยเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขส.มก. ได้ถูกฟ้องร้องจนเป็นคดีความ เมื่อนางสาวสุภา เข้ามาเป็น กรรมการ ป.ป.ช. ก็ถูกตั้งคำถามจากสังคมมาตลอดว่า น.ส.สุภา เข้ามาเป็น กรรมการ ป.ป.ช.ได้อย่างไร ทั้งๆที่มีคดีฟ้องร้องติดตัวอยู่ในปปช.ด้วย
คดีดังกล่าวจะกำลังจะหมดอายุความ ในเดือนสิงหาคม 2558 นี้


การฟ้องร้องเกิดเมื่อปี 2543 โดย น.ส.สุภา ได้ถูกกล่าวหาจากนางศิริกาญจน์ วิโรจน์ไพศาลกุล และบริษัท เทร็น เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด ว่ามีส่วนร่วมหรือสนับสนุนการกระทำความผิดให้มีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริต
ในกรณีการประกวดราคาให้เช่าเนื้อที่โฆษณารถโดยสารปรับอากาศ 1,109 คัน โดยมิชอบ ซึ่งมีการแก้ไขรายละเอียดแบบสัญญา ทำให้รายได้หายไปไม่ต่ำกว่า 32 ล้าน และการประกวดราคาให้เช่าเนื้อที่โฆษณารถโดยสารปรับอากาศรุ่น ยูโรทู 750 คัน โดยมิชอบ ซึ่งมีการแก้ไขรายละเอียดแบบสัญญาแนบท้ายประกาศก่อนลงนามสัญญาโดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมและเอื้อประโยชน์ให้แก่เอกชนโดยมิชอบ

มีความผิด ดังนี้
1. เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 “ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ" มีอายุความ 15 ปี นับแต่วันที่กระทำความผิด ซึ่งคดีจะขาดอายุความภายในเดือนสิงหาคม 2558
 
2. เป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 12 “เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐผู้ใดกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใดๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ มีความผิดฐานกระทำผิด ต่อตำแหน่งหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท”
มีอายุความ 20 ปี นับแต่วันที่กระทำความผิด
ซึ่งคดีจะขาดอายุความในเดือนธันวาคม 2563

คลิก-.อ่านต่อ..... 

อัพเดท วันที่หก 14 นักศึกษานักกิจกรรม " ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ "


khaosod
ประชาชนรวมตัวจุดเทียนสันติภาพให้กำลังใจ นักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ทั้ง 14 คน
อ่านเพิ่มเติม
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php…




khaosods foto.






khaosods foto.






khaosods foto.



khaosods foto.


-ตร.ไล่! นศ.จัด นอนคุก"จำลอง" หน้าธรรมศาสตร์ เเสดงเจตนารมณ์ต่อสู้ร่วม14 นศ.
อ่านเพิ่มเติม
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php…


khaosods foto.


khaosods foto.






คลิกดูเพิ่มเติม -Visa översättning





สุนทรพจน์1 สุนทรพจน์2...งาน 40 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน..."ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นมิตรภาพยั่งยืน" ของท่านนายกฯคสช.ม.44...

ข่าวสดออนไลน์

นายกฯกล่าวสุนทรพจน์ครบรอบ40ปีสัมพันธ์ไทย-จีน เชื่อมั่นสองประเทศแน่นแฟ้นทุกระดับ
40ปีสัมพันธ์ไทย-จีน..."สุนทรพจน์ครั้งที่สอง"



วันที่ 01 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 เวลา 21:12 น.
จำนวนคนอ่านล่าสุด 474 คน
เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 1 ก.ค. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า ที่ห้องบอลรูม โรงแรมแชงกรี - ลา กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวสุนทรพจน์ในงานเลี้ยงเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 40 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - จีน ตอนหนึ่ง ว่า ตลอดเวลา 40 ปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - จีนพัฒนารุดหน้าอย่างมาก นับตั้งแต่รัฐบาลชุดปัจจุบันได้เข้ามาบริหารประเทศ ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศยิ่งแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงอย่างต่อเนื่อง


ตนเคยเดินทางไปประเทศจีนและมีโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะประธานาธิบดี และพบหารือกับนายกรัฐมนตรีจีนหลายครั้ง ซึ่งทั้งไทยและจีนบรรลุความร่วมมือในหลายด้านที่สำคัญ เช่น โครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟในไทย สินค้าเกษตร และการเงินการธนาคาร เป็นต้น นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังได้ตอบรับคำเชิญเยือนจีนในเดือนกันยายนปีนี้ เพื่อเข้าร่วมงานแสดงสินค้า จีน – อาเซียนที่นครหนานหนิงด้วย
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากพื้นฐานความสัมพันธ์ที่ดีในปัจจุบัน ไทยกับจีนยังมีศักยภาพที่จะเพิ่มความร่วมมือกันได้อีกมาก ตนยินดีที่การค้าและลงทุนระหว่างกัน มีพลวัตที่เข้มแข็ง และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาของทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ ในด้านความสัมพันธ์และการติดต่อในระดับประชาชน รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นทุกปี จึงขอให้ใช้การท่องเที่ยวเป็นสะพานเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ



ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำถึงความตั้งใจว่า ตนและรัฐบาลยินดีที่จะร่วมมือกับรัฐบาลจีนอย่างใกล้ชิด บนพื้นฐานของความผูกพันฉันพี่น้องและความไว้เนื้อเชื่อใจ ลดความหวาดระแวง รวมถึงต้องได้รับความร่วมมือกับทุกฝ่ายช่วยสานต่อความสัมพันธ์ พร้อมได้ขอส่งความปรารถนาดีและคำอำนวยพรไปยังผู้นำจีนและประชาชนชาวจีน ขอให้ความสัมพันธ์ฉันมิตรแน่นแฟ้นและเกื้อกูลกันอย่างยั่งยืนตลอดไป
ผู้สื่อข่าวรายงาน ในงานดังกล่าวนอกจากนายกรัฐมนตรีแล้วก็ยังมีบุคคลสำคัญร่วมงาน อาทิ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย





อิฐก้อนแรก?




การ์ตูนเซีย อังคาร 30/6/58 อิฐก้อนแรก..?





ยิ่งขู่เข็ญ บีบรัด จำกัดสิทธิ์
หาเรื่องผิด โยนให้ ไม่แยแส 
เสรีภาพ อย่าถามเลย ไม่เคยแคร์ 
เห็นมีแต่ จะไล่ล่า ฆ่าฝ่ายเดียว....


เมื่อพลัง บริสุทธิ์ อันผุดผ่อง 
ไม่อาจมอง ความอับปาง กลางน้ำเชี่ยว 
จึงเกาะกลุ่ม ร่วมทาง อย่างกลมเกลียว 
ความเด็ดเดี่ยว เกินร้อย ไม่น้อยลง....


อิฐก้อนแรก กระแทกทุบ ให้บุบกร่อน 
แม้ยังอ่อน เรี่ยวแรง แห่งพิษสง 
หากหลายก้อน พร้อมโยนใส่ ให้ทิ่มตรง  
คงตีวง แหลกสลาย ทะลายกำแพง....

๓ บลา







ถึงเวลาแล้วพี่น้องที่เราต้องลุกขึ้นมากอบกู้ประเทศชาติคืนจากพวกโจร...

จอบและเสียม.เตรียมยาตรา..บุกนคราหา”ประชาธิปไตย”....

ขุนเขาบอก :
 

บุกนคราหา”ประชาธิปไตย”....
 

ทางของหนู.หนูต้องเลีย..ทางของเอี้ย.เอี้ยต้องเดิน
มันหากิน.กันจนเพลิน..เงินทั้งนั้น.นะพี่น้อง
ทำปากอ้า.เดินขาถ่าง...พวกแอบอ้าง.ความปรองดอง
ทั้งหุ้นเงิน.ทั้งหุ้นทอง..ลงไปกอง.ทาบผืนดิน

 

ล่วงปีใหม่.ไปปีหน้า..คงแก้ผ้า.กันล่อนจ้อน
หมดทั้งทุน.หมดทั้งรอน..เพิ่มเงินผ่อน.สร้างหนี้สิน
ข้าวราดหน้า.ข้าวราดแกง..ราคาแพง.ทั้งแผ่นดิน
วันเริ่มต้น.ปฏิทิน..วันสิ้นเนื้อ.ประดาตัว

 

ลงข่าวมั่ว.ผัวยิงเมีย..ลงข่าวเสี่ย.ฆ่าตัวตาย
ลงข่าวข้าว.ไม่ได้ขาย..ลงข่าวร้าย.พวกนายหัว
โดนเสียบ้าง.ยางพารา..บรรพชา.พวกแย่งเมีย
ข่าวทหาร.ข่าวทะเอี้ย..ข่าวพวกเอี้ย.เลียเจ้านาย

 

ที่นี่คือ.ประเทศไท..ที่ใครๆ.ก็อยากมา
อัยการ”ศึกยังคา”...ประกาศกล้าท้ากฎหมาย
ประชาชน.ต้องก้มหน้า..ใครเงยหน้า.อาจถึงตาย
ความรุ่งเรือง.ใกล้ชิบอ๋าย..คนกับควาย.เท่าเทียมกัน

 

เทวดา.ยังไม่ตาย..แต่ซ้ำร้าย.กลายเป็นเทพ
เปรียบมนุษย์.เป็นขี้เล็บ..เหล่าทวยเทพ”เสพสุขสัน”
อิงพธู.อยู่บนสรวง..ประดุจดวง”สุริยัน”
มองมนุษย์.เข่นฆ่ากัน..กีฬามัน”เทวดา”

 

คงเป็นงง.กันละซี้..แต่ที่นี่คือ”ไทแลนด์”
กว่าจะได้.ลงคะแนน..เดินควงแขน.เข้าคูหา
คงต้องรบ.กันอีกยก..วนิพก.กับเทวา
จอบและเสียม.เตรียมยาตรา..บุกนคราหา”ประชาธิปไตย”....


จอบและเสียม.เตรียมยาตรา..บุกนคราหา”ประชาธิปไตย”....