onsdag 28 september 2016

ไปเจอมา...น่าสนใจ รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม.เรื่องราวประเทืองปัญญาและอารมณ์


เรียน ลุงยิ้ม ตาสว่าง
ขณะนี้การเมืองแบ่งเป็นสองคั่ว จากบนลงล่างสัมพันธ์กันยิ่ง
เริ่มจากพญาอินทรีย์ หมีขาว และ ชาวมังกรฮวงโห
ถัดมาก็มีพี่ชาย และน้องสาว กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม...
แนวโน้มในปัจจุบันระหว่างม้า"สองพี่น้อง"
ม้าพี่มีแรงหนุนจากค่าย"สาม ป."รอการอัดฉีด
ลักษณะเป็นม้า"ตีนต้น"ท่าดี แต่ทีเหลวไร้กึ๊น...
ถัดมาเป็นคอกม้า"สาม ป."และ"หนึ่งป๋า"ส่งประชัน
จากท่าทีปัจจุบันดูเหมือน"สาม ป."นำ แต่เบื้องหลังรอ"เจาโหล่ว"
มีชีวิตไม่ต่างจากม้าสุจินดาในอดีต ขึ้นต้นเป็นมะลิซ้อน...
...
(มีต่อนะ ลุงยิ้ม)..คลิกดูเพิ่ม-.ขอแจ้งความคืบหน้าแก่"ลุงยิ้ม"...


28 ก.ย. 2016 - 09:51


เภกไม่ชอบม้าพี่ซิท่า จึงวิเคราะห์เช่นนี้
รูปแบบไม่มีเลยครับที่ม้าน้องจะชนะม้าพี่
โดยประเพณีและกติกาปัจจุบันระบุไว้ชัดเจนให้ม้าพี่เป็นเจ้าของรางวัล
ม้าน้องจะขึ้นแป้นรับรางวัลได้ก็ต่อเมื่อจ๊อกกี้ม้าน้องสามารถล้มประเพณีและเปลี่ยนกติกาดั่งเดิมอันศักดิ์สิทธิ์ข้อนี้เสียก่อน
จะทำได้อย่างไรในเมื่อม้าน้องยึดอำนาจสนามไว้หมดแล้วตามประกาศเมื่อ ๒-๓ วันนี้ที่คณะบริหารภายในสนามที่แต่งตั้งใหม่เป็นคนในอำนาจของม้าพี่
การแต่งตั้งคณะบริหารภายในสนามใหม่ (โชคช่วยม้าพี่ด้วยที่CEOของคณะบริหารคนเก่าตายล่วงหน้าไปก่อนเจ้าของสนามเมื่อไม่กี่วันมานี้) มันบอกชัดว่าเจ้าของสนามเดิมหมดสภาพไม่สามารถทำงานได้หรือกลับบ้านไปแล้ว และแสดงให้เห็นว่าใครเป็นใหญ่ในสนามในขณะนี้
การแก้กติกาให้ม้าน้องได้รับรางวัลแทนจึงไม่มีทางทำได้
นอกจากการเปลี่ยนกติกาที่กล่าวข้างบนแล้ว ม้าที่ป๋าหนุนจะชนะได้เหลือ ๒ ทางเท่านั้น คือ
๑. ม้าพี่ถอดใจหนีสนามไป (ผมยังเห็นมีใจสู้อยู่นะ)
๒. ยิงทิ้งม้าพี่ ซึ่งยากมากเพราะม้าพี่ระวังตัวและมีกำลังป้องกันตนเอง แม้จะเล็กกว่า ทบ มากๆ ก็ตาม
นอกจากนี้ผมยังมองอาการไม่เห็นว่าม้าน้องอยากคิดสู้ม้าพี่เลย (เขาพี่น้องกันนะครับ คุยกันได้)

*****ม้าพี่จะขึ้นรับรางวัลในไม่กี่วันนี้แล้วครับ***

ลำดับกาลจะเป็นลำดับดังนี้
๑. ม้าพี่ขึ้นรับรางวัล
๒. ม้าน้องขึ้นแท่นเคียงข้าง ไม่ทิ้งกัน
๓. แก็ง ๓ ป คุมสภาพนอกสนามไป ไม่ยุ่งกับสนามม้า
๔. ป๋าและคณะต้องถอยไปปลีกวิเวก เลิกยุ่งเกี่ยวกับกิจการทั้งในสนามม้าและนอกสนามม้า
๕. หลังเลือกกรรมการใหม่ปลายปีหน้า แก็ง ๓ ป ขอต่ออายุตามกติกาภายนอกสนามม้าใหม่ เล่นเกมจับปูใส่กระด้งได้อีกพักหนึ่ง
๖. เมื่อคนเริ่มเบื่อแก็ง ๓ ป ก็จะน่าเป็นเวลาเดียวกับที่จะมีการฉลองการขึ้นรับรางวัลของม้าพี่อย่างเป็นทางการ ถึงเวลานั้นก็จะมีการปล่อยผีร่วมการฉลองตามประเพณี
๙. ประกาศปล่อยผีออกเมื่อไร เฮียทักก็ได้กลับไทยโดยเลิกยุ่งกิจการใดๆ
ไกลกว่านี้บอกไม่ได้

การทำท่าริบทรัพย์เป็นเรื่องขู่ให้สงบเสียมากกว่า ถ้าทำจริงคงลงมือไปนานแล้ว
ถึงอย่างไรเรื่องก็ต้องไปตัดสินกันที่ศาล มันจึงอีกนานกว่าจะยึดได้จริงและเด็ดขาด
เป็นการบีบให้เป็นลูกไก่ในกำมือ ไม่ให้หือ เสียมากกว่า
กลุ่ม ๓ ป ต้องการอยู่ในอำนาจยาวครับ จึงทำทุกทาง
แต่ไม่มีใครมีอำนาจเด็ดขาด ทำอะไรได้ดังใจ หรอกครับ
กลุ่ม ๓ ป คงอยู่ในอำนาจได้ยาวอีกอย่างน้อย ๒-๓ ปี หลังจากนั้นผมคาดการณ์ไม่ได้
ถ้าบ้านเมืองไม่เลวร้ายไปกว่านี้มาก ไม่มีสงครามกลางเมืองเพื่อประชาธิปไตยหรอกครับ
เราจะได้ประชาธิปไคยก็ต่อเมื่อ สลิ่มตาสว่างครับ จึงต้องรอเวลาอีกพักใหญ่

(หมายเหตุ- คำเตือนห้ามมโน  ควรอ่านคิดพิจารณาไตร่ตรองด้วยเหตุและผลก่อนเชื่อ)

ลุ้นกันเอาเอง......

26 พ.ย. 2015 - 18:29
ขุนเขาบอก:

ลุ้นกันเอาเอง......

กาลเวลา. ฆ่าคนได้. มิใช่หรือ
คำถามคือ. จะยื้อยัน. กันถึงไหน
หมดเวลา. กายาเน่า. เผากองไฟ
ยื้อกันไป. ได้แค่ร่าง. สร้างศรัทธา

อนุมาน. ปานทวยเทพ. เก็บโลงแก้ว
ชีพสิ้นแล้ว. วิญญาณล่อง  ต้องหูหมา
เสียงเห่าหอน. ตอนรุ่งสาง. ร้างนครา
โกงเวลา. ว่ายังอยู่. คู่ปฐพี

ละครเด่น. ละครดี. มีความหมาย
ที่บรรยาย. คล้ายทำนอง. ช่องเจ็ดสี
อิทธิฤทธิ์. ปาฎิหาริย์.  บารมี
เทวดี. เทวดา. ฆ่ากันตาย

จามจุรี. สีเหลืองทอง. ดูหมองหม่น
ศรัทธาคน. ปล้นเขามา. อย่าพึงหมาย
จามจุรี. สีเหลืองลับ. สลับลาย
ศรัทธาวาย. คนหยันหยาม. จามจุรี

นฤมิต. ผิดรูปร่าง. สร้างหุ่นเทพ
เลาะตะเข็บ. ใช่ร่างทอง  ดูหมองสี
รูปภายนอก. ยามอ่าองค์. รูปทรงดี
พิศให้ดี. สีทองลอก. ชอกช้ำใจ

อุปมา. อุปมัย. ไว้เพียงนี้
ปฐพี. นี้ใครครอง. ฟ้องสมัย
เข่นนรา. ฆ่าประชากร. ช่อนอธิปไตย
ทำเพื่อใคร. ใครได้คุณ. ลุ้นกันเอาเอง......

เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ.....เพื่อการดำรงคงอยู่ของครอบครัว?

เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ..
โดย  แสงตะวัน

การเปลี่ยนผ่านขึ้นสู่ราช บัลลังก์ของรัชกาลที่๑๐   ระหว่างฟ้าชายและฟ้าหญิง ดูเหมือนจะลงเอยด้วยการตกลงกันได้ระหว่างพี่กับน้อง    เพราะถึงอย่างไรก็เป็นสายเลือดในครอบครัวเดียวกัน   ถ้าไม่มีการวางแผนจากฝ่ายประธานองคมนตรีเปรมกับพวกทหารและอำมาตย์ ที่สนับสนุนเปรม   ที่คิดจะเชิดฟ้าหญิงขึ้นเป็นรัชกาลที่  ๑๐     ขึ้นแทนฟ้าชายซึ่งเป็นองค์มกุฎราชกุมาร    เพื่อเป็นเครื่องมือให้  เปรม  สุรยุทธ์ พร้อมสมุน และ พรรคประชาธิปัตย์ จะได้ครองอำนาจเสวยสุขสืบต่อไป   

แต่เหตุการณ์กลับเปลี่ยนแปลงไม่เป็นไปตามแผนที่่ฝ่ายเปรมคิดไว้   เพราะในช่วงหลังนี้เปรมไม่สามารถเข้าเฝ้าถวายงานกษัตริย์ภูมิพลได้    จนกระทั่งถึงวันที่กษัตริย์ภูมิพลได้ถูกเคลื่อนย้ายออกจากศิริราชไปอยู่ที่หัวหินและนำกลับมาพำนักที่ศิริราชอีกครั้งเพราะป่วยอาการหนัก(โคม่า)จนถึงปัจจุบันไม่ปรากฎพระวรกาย  แสดงให้เห็นว่าเปรมเองและสุรยุทธ์รวมทั้งพรรคประชาธิปัตย์ ถูกลอยแพ จากฝ่ายกษัตริย์และพระบรมฯ?    ทำให้เปรมและสุรยุทธ์ไม่สามารถเอากษัตริย์และฟ้าหญิงมาอ้างเป็นเครื่องมือทำการใดๆ เพื่อใช้แสวงหาอำนาจได้อีกต่อไป   ความหวังที่จะเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์    ซึ่งเป็นความทะเยอทะยานใฝ่ฝันอันสูงสุดในชีวิตของเฒ่าเปรมก็ยิ่งห่างใกลออกไปทุกที  

เพราะเป็นโอกาสเดียวที่เปรมกับพวกสมุนและพรรคประชาธิปัตย์จะมีโอกาสรอดได้   เปรมก็แก่ชราสมองเลอะเลือนจำคำพูดตัวเองไม่ได้แล้ว   ไม่รู้จะทนต่อความเสียดทานต่อไปได้อีกสักกี่นํ้า     คณะองคมนตรีที่ห้อมล้อมเปรมก็มีแต่คนแก่จะเข้าโลงอยู่แล้ว    การที่เปรมให้สมุนออกมาก่อกวนสร้างความวุ่นวาย  จนทหารยึดอำนาจรัฐได้รัฐบาลเผด็จการทหาร"คสช."  จึงเป็นการกระทำเพื่อรักษาเครือข่ายและความอยู่รอดของ"ระบอบเผด็จการภูมิพล" เท่านั้นเอง 

ดังนั้นความพยายามครั้งสุดท้ายของเปรม และ สุรยุทธ์(ว่าที่ประธานองคมนตรี) พร้อมพรรคประชาธิปัตย์จึงทำทุกอย่างเพื่อ จะตั้งรัฐบาลของตนเองขึ้นมาให้ได้เพื่อดำรงรักษาระบบเผด็จการอำมาตย์โบราณของ"ระบอบภูมิพล" ให้สืบต่อไป  
ด้วยการปราบปรามยัดเยียดคดีม.๑๑๒ ให้พวกข้าทาสเหลือบไรปลายแถวเครือข่ายราชสำนักที่แอบอ้างทำมาหากินกับ"ส่วนต่าง"เงินส่งส่วยราชสำนัก  นอกจากนี้ในการร่างรัฐธรรมนูญส่งพรรคพวกตนเองมาควบคุม  รวมทั้งยุแย่ทำลายสร้างความแตกแยกในกองทัพ ทั้งหมดคือการกระทำภายใต้ใบสั่งของพระองค์เปรมพ่อบ้านผู้ปกครองดูแลครอบครัว"ตระกูลมหิดล"นั่นเอง
จะได้ไม่สับสนไปกับสถานการณ์เรื่องภายในของครอบครัว"ตระกูลมหิดล"   จงตั้งสติใช้ปัญญา พิจารณาด้วยเหตุและผล  ติดตามข่าวคราว  จะได้ช่วยเหลือร่วมมือกันหาทางปลดปล่อยตัวเองและประเทศชาติออกเป็นไท  โดยศึกษาเรียนรู้ถอดถอนบทเรียนไม่หลงทางเดินหวนกลับเข้าไปอยู่ในวังวนของ"กงจักรปีศาจ"อีกต่อไป.. 

จงก้าวผ่านเรื่องความขัดแย้งระหว่าง ตระกูล ชินวัตร กับ ตระกูล มหิดล  ที่มีคนบางพวกยังมีความหวังลมๆแล้งๆว่าลูกชายจอมเผด็จการ ในตระกูลมหิดลจะให้ความช่วยเหลือคนในตระกูลชินวัตรเพื่อทำลายคนในครอบครัวของตนเอง หรือยังไปฝากความหวังเอาว่า ผู้ที่จะสืบทอดระบอบเผด็จการคนต่อไปไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงจะให้ความช่วย เหลือประชาชนที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและต่อต้านผลประโยชน์ของครอบครัวตนเอง ก็ค่อนข้างจะบ้าไปแล้ว ลืมเสียเถิดถ้าคิดต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย.

(หมายเหตุ- นำมาอัพเดทให้อ่านอีกครั้ง  จะได้ไม่สับสนไปกับสถานการณ์) 

 

ภาพเป็นข่าว???ทุกสังคมจะพัฒนาขับเคลื่อนก้าวหน้าไปได้ ต้องมีกฎหมายที่ยุติธรรมที่คนในสังคมยอมรับเท่านั้น...

ด่วน! ศาลรธน.ตีกลับ ชี้ ร่างฯแก้ไขโดยกรธ.ไม่ตรงกับผลประชามติ สั่งให้แก้ใหม่

กรณีที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญส่งร่างรัฐธรรมนูญซึ่งแก้ไขในส่วนที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับผลการออกเสี่ยงประชามติในประเด็นเพิ่มเติมเพื่อให้พิจารณาว่าเป็นการชอบด้วยกับผลการออกเสียงประชามติแล้วหรือไม่ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 1…

tisdag 27 september 2016

ยึดทรัพย์ (วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559)

ยึดทรัพย์ (วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559)

โดย จักรภพ เพ็ญแข

นี่ถ้าอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ยอมจ่ายค่าปรับ จำนวน 35,000 ล้านตามข้อกล่าวหาในโครงการการจำนำข้าวเข้าจริงๆ ก็หมายความว่าฝ่ายอำนาจเก่าสามารถยึดทรัพย์คนในครอบครัวชินวัตรก้อนใหญ่ๆ ได้อีกก้อนหนึ่ง ถัดจาก 46,000 ล้านบาทที่ยึดตรงมาจาก ดร. ทักษิณ ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีผู้ปฏิวัติเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างได้ผล จนนั่งกันไม่ติดที่ทั้งนายทั้งบ่าว ส่งผลกระเทือนเลื่อนลั่นครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์และทำให้ระบอบเดิมซึ่งเป็นของปลอมต้องเซซวนรวนเรไป
ผมนั่งดูพฤติกรรมการเตรียมยึดทรัพย์ รีดทรัพย์ ขู่กรรโชกทรัพย์ หรือเรียกกันอย่างดัดจริตว่าค่าปรับ แล้วก็เกิดความคิดขึ้น 2 อย่าง
1. คำว่า ปรับ ซึ่งพูดกันตรงๆ คือยึดทรัพย์ในเมืองไทยขณะนี้ กำลังสร้างมาตรฐานใหม่ขึ้นกลางเมือง นั่นคือ ใครที่เข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองแบบมีเงินทองทรัพย์สินติดตัวมาด้วย และไม่ได้เป็นคนรับใช้จากฝ่ายอำนาจเก่า ขอให้เตรียมตัวเสียทรัพย์นั้นได้ ก็นายกรัฐมนตรีที่มาตัวเปล่า เพราะไม่เคยทำอะไรสำเร็จเลยในชีวิตบ้าง หรือเอาเงินที่ได้มาไปฝากไว้ที่คนนั้นคนนี้แทนบ้าง เขาไม่มีอะไรให้ยึด จึงไม่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการมาเฟียเมืองหลวงอย่างคนทำงานหาเงินมาโดยสุจริตอย่างเปิดเผยมาชั่วชีวิต ถ้าใช้มาตรฐานบ้าๆ อย่างนี้เรื่อยไป นายกรัฐมนตรีที่ไร้ทรัพย์สินจะเอาอะไรมาชดใช้สิ่งที่เรียกว่าความผิดทางนโยบายกันในอนาคต?
2. เมื่อสิ่งที่เรียกว่า "เหตุผล" ของรัฐมันผิดเพี้ยนไปถึงขนาดนี้ คุณยิ่งลักษณ์และผู้ถูกรีดทรัพย์ทุกๆ คนก็คงมีหน้าที่และความรับผิดชอบที่จะไม่เพี้ยนตามเขาไปด้วย นั่นคือ ต้องตั้งเป้าหมายที่จะไม่จ่ายเลยแม้แต่บาทเดียวสลึงเดียว เพราะถ้ายอมจ่าย ไม่ว่าจะทั้งหมดหรือในราคา "haircut" ก็เท่ากับว่าฝ่ายเรายอมตามลัทธิบ้าก็บ้าวะ และช่วยสานต่อความทุเรศครั้งนี้อย่างน่าชื่น ซึ่งจะกลายเป็นการสมคบโจรไปโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะฉะนั้น ถึงงานนี้จะมีจ่ายก็จ่ายไม่ได้ครับ
 สิ่งที่ขำก็คือยอด 35,000 ล้านบาทนี้ ว่ากันว่าเป็นยอดเหลือจากการยึดคราวก่อน เมื่อมวลชนยังดันให้คนในครอบครัวชินวัตรสู้ต่อไปจนกว่าจะเกิดมีความเป็นธรรมขึ้นในบ้านเมือง ไม่ยอมให้ยอมแพ้ ฝ่ายอำนาจเดิมก็เลยโต้กลับด้วยการยึดทรัพย์ส่วนที่เหลือ ซึ่งคาดว่าคงกระหายอยากได้มาตั้งแต่แรก เพื่อ "ลงโทษ" ที่ทำให้บ้านเมืองเจริญเร็วเกินไปจนขัดใจเจ้าพ่อ
ความจริงจะมองขันๆ ก็ได้อีกว่า การบดขยี้แนวคิดจำนำข้าวเพื่อมิให้ฝ่ายประชาธิปไตยได้ชาวนาเป็นพวกนั้น ก็คงเป็นการกระทำแก้เกี้ยวเท่านั้น เพราะอีกไม่นานนัก ระบอบสิ้นคิดก็คงเอาไปทำเลียนแบบและขโมยเอามาเปลี่ยนเป็นชื่ออื่น เหมือนอีกหลายนโยบายที่ผ่านมาแล้ว ถ้าการณ์เป็นเช่นนั้นเข้าจริง ก็คงเป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอีกคดีหนึ่ง
เมืองไทยขณะนี้มีอะไรประหลาดๆ ให้ดูอยู่ทุกวัน ผมเสียดายที่เมืองไทยต้องสาละวนอยู่กับผลของลัทธิบูชาบุคคลจนลืมการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่ทวีความรุนแรงและรวดเร็วขึ้นทุกเวลานาที จนแผนที่ประเทศไทยปัจจุบันเริ่มจะกลายเป็นหลุมดำขึ้นมาแล้ว เพราะประเทศอื่นเขาสูงขึ้น
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็แค่เสียดายหรอกนะครับ ไม่รู้สึกไกลถึงขนาดเสียใจ เพราะแค่ได้เห็นกรรมที่สนองกรรมแบบติดจรวด จนรัฐบุรุษสร้างภาพบางคน ต้องเห็นความเสื่อมสลายของตนเองเป็นภาพจำสุดท้ายในชีวิตอันยืดยาวก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลง ผมก็ดีใจแล้วว่าสมดุลธรรมชาตินั้นมีอยู่จริง และการรอคอยของมวลชนครั้งนี้มีความคุ้มค่า
นรกบนดินก็ร้อนหน่อยครับ เพราะบังเอิญเราต้องดูอยู่ใกล้ๆ แต่อย่าลืมว่านรกนี้ไม่ได้มีไว้เผาเรา แต่มีไว้เผาเขา ตามเรื่องราวชีวิตของ "คนมีบุญ" ที่นิยมทำบาป.

จักรภพ เพ็ญแข

นอกราชอาณาจักรไทย

27 กันยายน พ.ศ. 2559

(  สำหรับท่านที่สนใจอยากทราบรายละเอียดเกี่ยวกับ "คนบาบในคราบนักบุญ " ที่เป็นเจ้าพ่อของระบอบ ตบทรัพย์ และรีดไถ อยู่ในเวลานี้ อ่านได้ที่   " ความเป็นมาของวงค์จักรี ตอนที่ ๙ "  )  

นายกฯหัวหน้าคสช....นักเผด็จการคลาสสิค!!! .ผู้มีหลายบุคลิก หลากหลายอารมณ์

Prachachat - ประชาชาติ